ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
Pages: 1 2 [3]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: ขุนช่างเคียน Part 1  (Read 2040 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
Ground31
สมาชิกแฟนพันธุ์แท้
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 656



View Profile Email
« Reply #50 on: 17 มกราคม 2010, 12:01:36 »

^^^^^^^^^


5555555555555555555
Logged

Name : โอ๊ตๆ
E-Mail ground31@gmail.com (No msn)
FB   : http://www.facebook.com/ground31
flickr  : http://www.flickr.com/photos/ground31/

||  Canon 450D + tamron 17-50 vc +580exll ||
||  ตามหาประสบการณ์....  ||
J . A . W . V . Y
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Posts: 3,345


ก็แค่เครื่อง 1600!


View Profile Email
« Reply #51 on: 17 มกราคม 2010, 12:24:00 »

ไอรูปดีๆอะ คัดทิ้ง 5555555+
Logged

Multiply :http://jawtereman.multiply.com/
Msn : jawvy@hotmail.com
Tel : 085-9300693 , 0870118556
BB Pin : 21 20 2532
UTCC ,
www.japancivic.com / www.altisclub.com / REVIRCY @ UTCC ,
?...AOMMY...?
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Posts: 3,725



View Profile Email
« Reply #52 on: 20 มกราคม 2010, 21:35:08 »

รอ Part 2 เหงือกแห้ง !!!  biggrin1
Logged

jack2553
สมาชิกใหม่
*
Offline Offline

Posts: 4


View Profile Email
« Reply #53 on: 23 มีนาคม 2010, 09:26:18 »

ขอแจมนิด..รำลึกสักนิดครับ ยาวสักหน่อยขออภัย อยากเล่าครับ...
ขุนช่างเคี่ยน .... เคยไปเมื่อปี 2528
ตอนนั้น ต้องขออนุญาติ ม.เชียงใหม่ ก่อนขึ้น

ถนนเพิ่งจะเริ่มทำ เป็นลูกรัง ขรุขระรถแทบวิ่งไม่ได้
มองเห็นถนนตัดขวางเชิงเขาเบื้องหน้าไม่ใกลนัก
แต่กว่าจะถึงใช้เวลานานจนเหลือเชื่อ

เมฆหมอก ลอยเลียพื้นจนถนนเปียกชุ่ม
รถจีปต้องจอดเพื่อหยุดสวมโซ่ที่ล้อเมือนรถตีนตะขาบ
ไม่งั้นลื่น เพราะด้านหนึ่งเป็นเหวลึก ส่วนอีกด้านหน้าผาสูงชัน
ต้องเอาหินรองล้อหลังทุกครั้งที่จอด  สูงเสียงจนขนลุก
จอดพักหายใจเป็นระยะ กินน้ำกินข้าวตลอดทาง
ข้าวเหนียวหมูปิ้งแข็งเป็นหินเพราะความเย็น

วันนั้น ขึ้นเชิงเขาประมาณ แปดโมง

กว่าจะถึงยอดดอย เกือบห้าโมงเย็น
แต่ภาพที่เห็น เหมือนสวรรค์ครัับ
บ้านพักทรงสามเหลี่ยมเหมือนปิรามิดหลังคาดำ ๆ
ถูกปลูกอยู่ท้ายดอยเชิงหน้าผา (วันนี้คงไม่เหลือแล้ว)
รายล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้แปลกตา สีสรรสดใส สุดลูกหูลูกตา
มารู้ทีหลังว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาทดลองปลูกที่นี่
มองเลยลิบๆ ไป เป็นหมู่บ้านแม้วแอบซ่อมในหุบเขา เห็นควันฉิวๆ 

กลางคืนดื่มด่ำกับแสงดาว และเสียงกีตาร์สี่สาย(เหยียบขาดไปสายนึง..)
อากาศเย็นจนต้องเอามือซุกในเสื้อแจ๊กเก็ตฟิลด์
กองไฟถูกจุดจากไม้เกี๊ยะ(ไม้สนติดไฟได้)
พอตีสอง ก็เงียบสงัีดได้เพียงชั่วครู่ แว่วเสียงคนร้องเพลงด้วยภาษาที่ฟังไม่ออกอยู่ไกลๆ
เหมือนมีงานฉลองเล็ก ๆ
เช้ามาเดินไปหมู่บ้านแม้ว ถึงรู้ว่าเมื่อคืนเป็นวันปีใหม่แม้ว..

ตอนนี้ผมอายุ 46
ขุนช่างเคี่ยนวันนั้น กับวันนี้ คงต่างกันไกลแล้ว
แต่ที่นี่ เป็นที่ที่ประทับใจที่สุดที่ได้เที่ยวมา
ตอนนั้นยังถ่ายรูปไม่เป็น กล้องนิคอน slr ก็ยืมเพื่อนมาใช้ก็ไม่ค่อยเป็น

จำได้ว่า สวรรค์ที่นั่น ชัตเตอร์ถูกกดไม่ยั้ง จนลงจากดอยอีกวัน
สงสัยทำไมฟิล์ม 36 รูป ไม่หมดสักที
ปัดโุถ่ ฟิล์มไม่เข้าหนามเตย.. ไม่มีภาพถ่ายเลยจนแทบน้ำตาไหล
แต่ไม่เป็นไร
เพราะมีภาพในความทรงที่นึกถึงได้
ภาพที่ไม่มีสปีตชัตเตอร์ ไม่มี ISO ไม่มี F. ไม่มีซูม ไม่มีเลนส์
แต่ความคมชัดนั้น ทุกวันนี้ยังหาพิกเซลล์สูงเทียบไม่ได้
นึกถึงทีไร ขนลุกครับ..
ขอบคุณครับผม
จ.เจี๊ยบ
Logged
Pages: 1 2 [3]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!