ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: อ่านสักนิดก่อนกฏหมายทางอินเตอร์เน็ท  (Read 1288 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« on: 08 พฤษภาคม 2009, 01:16:01 »

พอดี..  ผมเคยตั้งกระทู้ลักษณะนี้ไปแล้วกับเวปอื่น ๆ......  ซึ่งเป็นประจำ.. ของทุกเวปที่จะต้องมีเกรียน ..นักเลงคีบอรด์.. และ อื่น ๆ.....

ท่านที่สนใจลองอ่าน และ ศึกษาดูก็ได้นะครับ  เวปมาสเตอร์หากยังไม่ทราบลองพิจารณาด้วยนะครับ 

ลองอ่านกันดูสำหรับนักเลง คีบอร์ดทั้งหลาย หรือ พวกมือดี..หัวคิดแจ่มที่
ระบาย หรือ ทำสิ่งอื่นใดผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต

สำหรับคนที่คิดจะ Hack
สำหรับคนที่เป็นพวกนักเลงคีย์บอร์ด
สำหรับคนที่ไม่รุ้กฎหมาย
สำหรับคนที่ป่วนโลก Cyber

กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ


อ้างอิง

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=O24440

ข้อมูลรวมทั้งหมด ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก

http://www.lawyerthai.com/articles/it/index.php


ขอได้รับความสุขความเจริญ สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตาม... ขอบคุณครับ


* background.jpg (50.12 KB, 900x510 - viewed 334 times.)
« Last Edit: 08 พฤษภาคม 2009, 01:17:36 by mercedess » Logged

ไร้ตัวตน.......
mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« Reply #1 on: 08 พฤษภาคม 2009, 01:16:26 »


หมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ตกับความรับผิดทางแพ่ง


ผมเขียนเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ตมาหลายเรื่องแล้วครับ

แต่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทางอาญาทั้งสิ้น จริง ๆ แล้วถ้ามีคนมาหมิ่นประมาท

เราทางอินเทอร์เน็ต นอกจากการไปฟ้องร้องเป็นคดีอาญา หรือการแจ้ง

ความร้องทุกข์กับตำรวจแล้ว เราก็ยังมีช่องทางอีกช่องทางหนึ่งครับ

เพราะเราอาจจะไม่ต้องการให้คนทำผิดได้รับโทษอาญา แต่อยากจะฟ้อง

ร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง อันนี้ก็ทำได้เช่นกันทางกฎหมาย แต่เงื่อน

แง่ทางกฎหมายอาจจะต้องต่างกันสักนิดครับ คือหมิ่นประมาททางแพ่งนั้น

กฎหมายเขาหมายถึง การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืน

ความจริง (คือข้อความเท็จจริงเท่านั้นถึงจะผิดครับ ถ้าจริงก็ไม่ผิด ต่างกับ

ทางอาญาที่หลักคือจริงหรือไม่จริงก็ผิดครับ เพียงแต่มีข้อยกเว้นให้พิสูจน์

ความจริงได้ในบางกรณี) และการกล่าวหรือไขข่าวนั้นทำให้เกิดความเสีย

หายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณ ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของบุคคลอื่นครับ

ซึ่งแม้ว่าผู้ที่หมิ่นประมาทจะไม่รู้ว่าข้อความที่ตนกล่าวหรือไขข่าวนั้นไม่จริง

แต่หากว่าควรจะรู้ได้ก็ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นครับ

คดีหมิ่นประมาทที่ผมสังเกตส่วนใหญ่เขาก็จะไปฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งกันครับ

แล้วก็เรียกค่าเสียหายกันมากๆ นัยว่าเพื่อจะให้จำเลยเข็ดหลาบครับ ซึ่งถึง

เรียกไปสูง ศาลไทยท่านก็จะลดลงมาโดยดูจากความเสียหายที่แท้จริงเท่า

นั้นครับ เพราแนวคิดของไทย การลงโทษให้จำเลยหลาบจำถือเป็นเรื่องของ

การดำเนินคดีอาญาครับ ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น อเมริกานั้น แม้ในคดีแพ่ง

เขาก็มีแนวคิดในเรื่อง ?ค่าเสียหายในเชิงลงโทษ? (punitive damage) ด้วย

ครับ ซึ่งก็จะใช้กับคดีที่มีการฟ้องรัองบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ

ประชาชนจำนวนมาก ศาลเขากำหนดค่าเสียหายให้กับฝ่ายโจทก์จนบริษัท

เหล่านั้นบางบริษัทต้องล้มละลายไปเลยก็มีครับ ส่วนกรณีหมิ่นประมาทผม

ไม่แน่ใจว่าศาลอเมริกาเขาจะนำแนวคิดเรื่องค่าเสียหายในเชิงลงโทษมาใช้

หรือไม่ แต่ยังไงผมก็มองว่าแนวทางของศาลไทยในเรื่องนี้น่ะถูกต้องแล้ว

ครับ เสียหายเท่าใดก็ควรได้รับค่าเสียหายเพียงเท่านั้น

คดีแพ่งเรื่องหมิ่นประมาท ในประเทศไทยยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็น

คือ เรื่องศาลที่จะฟ้องคดีครับ หลักในเรื่องนี้คือโจทก์ฟ้องคดีได้ที่ศาลที่

จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตหรือศาลที่เป็น ที่เกิดของเหตุในการฟ้องคดีครับ

ทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหนังสือพิมพ์ หนังสือ

พิมพ์มันส่งไปขายทั่วประเทศนี่ครับ ฝ่ายผู้เสียหาย ซึ่งมักเป็นนักการเมือง

เขาก็ถือว่าความผิดเกิดขึ้นทั่วประเทศครับ ก็เลยตระเวนไปฟ้องตามศาลต่าง

ๆ ทั่วประเทศ ส่งผลให้จำเลยต้องตามไปแก้คดีครับ เรื่องหมิ่นประมาททาง

อินเทอร์เน็ตนี้ผมว่าอาจทำให้เกิดปัญหาอย่างเดียวกันตามมาก็ได้ เพราะข้อ

ความหมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ตมันก็ไปเปิดดูได้ทั่วประเทศนี่ครับ ไป

หมิ่นประมาทใครก็ควรเตรียมวิ่งรอกแก้คดีไว้ด้วยนะครับ


อ้างอิง   http://www.lawyerthai.com/articles/it/020.php
« Last Edit: 08 พฤษภาคม 2009, 01:21:54 by mercedess » Logged

ไร้ตัวตน.......
mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« Reply #2 on: 08 พฤษภาคม 2009, 01:19:03 »



Webmaster ไม่มาดูแล Website มีความผิดหรือไม่ :  โดย Lawyerthai.com

หลายคนคงเคยเจอปัญหาแบบเดียวกับผม คือ เข้าไปดู Website ที่ชอบครั้ง

แล้วครั้งเล่า วันแล้ววันเล่า ก็พบว่า เจ้าของเวบหรือ Webmaster ไม่มาดูแล

หรือมา Update เวบบ้างเลย โอยย มันช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง ข่าวสารที่

อยากเข้ามาดูก็พบว่าเป็นข่าวเก่าตั้งแต่ปีมะโว้ เรื่องราวต่างๆภายในเวบก็นิ่ง

สนิท หยุดอยู่กับที่ คงมีแต่ส่วนของ Webboard และ Guessbook เท่านั้นที่

ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง จากบรรดาขาประจำทั้งหลาย (รวมทั้งผมด้วย)

ผมก็เลยลองมาคิดดูว่า การกระทำของ Webmaster ดังกล่าว ถือว่ามีความ

ผิดตามกฎหมายหรือไม่ ก็ได้ความว่า ในเบื้องต้นหากไม่มีเหตุการณ์อะไร

เกิดขึ้น ก็ต้องบอกว่า ไม่มีความผิด เพราะการไม่มาดูแล Website ไม่ถือว่า

มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด

แต่ปัญหามันจะเกิดหากว่า ใน Website ดังกล่าว เกิดมีเรื่องมีราว หรือเกิดมี

คดีความขึ้น หรือเกิดเหตุที่ต้องพิพาทกันตามกฎหมาย ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิด

จากตัว Webmaster เลย กรณีนี้เราจะมาดูกันว่า Webmaster ต้องร่วมรับ

ผิดกับการกระทำดังกล่าวด้วยหรือไม่

ขออนุญาตยกตัวอย่าง กรณีเวบ www.metalthai.com (ที่ผมชอบมาก ต้อง

เข้าไปดูทุกวัน) ในส่วนของกระทู้ มีการ Post ข้อความโต้ตอบกัน (ด่ากัน)

ไปมา แล้วคราวนี้ลามปามไปพาดพิงถึงสถาบันต้องห้ามของสังคมไทย ซึ่ง

การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดอาญา แล้ว Webmaster ของ

www.metalthai.com ต้องรับผิดด้วยหรือไม่

ในกรณีนี้ ตัวคนที่ Post ข้อความดังกล่าวย่อมต้องมีความผิดตามกฎหมาย

อาญาอยู่แล้ว และถ้า Webmaster มาเจอข้อความดังกล่าวแล้วยังเพิกเฉย

ไม่รีบทำการลบ หรือแก้ไขข้อความนั้นเสีย Webmaster นั้นก็อาจจะมีความ

ผิดด้วย (มีข้อยกเว้นให้อาจไม่ต้องรับผิด หากพิสูจน์ได้ว่าไม่ทราบหรือไม่รู้

เห็นเรื่องดังกล่าวเลยจริงๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเปรียบเทียบกับ Webmaster โดยทั่วๆไปด้วย-ผู้เขียน)

เช่นกันว่า หากบางเวบไซต์ ให้มีการ Post รูปภาพได้ แล้วคนที่มาเล่นก็

Post รูปโป๊ ลามกอนาจารเข้าไป เมื่อ Webmaster ไม่มาดูแล ก็จะไม่ได้

เห็น(ไม่ได้ดู) ว่ามีอะไรเกิดขึ้น กรณีนี้ก็น่าจะถือว่ามีความผิดด้วยเช่นกัน แต่

ก็ต้องดูด้วยว่าทาง Webmaster ได้วางมาตรการอย่างไรไว้บ้าง ในการป้องกันปัญหาดังกล่าว

แม้ว่ากฎหมายของไทยอาจจะยังไม่พัฒนาถึงขั้นเอาผิดทางอาญาได้ แต่

Webmaster ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายแพ่งได้ แม้ว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ความเสียหายขึ้นเอง แต่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยให้ร่วมรับผิดได้เช่นกัน

ท่าน Webmaster ทั้งหลาย หากได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็ขยันหมั่นดูแล

Website ที่อยู่ในความรับผิดชอบกันด้วยนะครับ เพราะถ้าจะต้องเป็นเรื่อง

เป็นราวกันแล้ว ต้องเสียทั้งเงินทอง เสียทั้งเวลา ดีไม่ดีอาจต้องเสียอิสรภาพไม่คุ้มค่าครับ

ท้ายนี้ ขอขอบคุณ คุณศรรณ ทองประเสริฐ Webmaster แห่ง

www.metalthai.com ที่กรุณามาเป็นตัวอย่างให้ครับ

Heavy Metal Regards

อ้างอิง   http://www.lawyerthai.com/articles/it/059.php
« Last Edit: 08 พฤษภาคม 2009, 01:22:09 by mercedess » Logged

ไร้ตัวตน.......
mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« Reply #3 on: 08 พฤษภาคม 2009, 01:20:26 »



ถูกละเมิดลิขสิทธิ์แล้วควรฟ้องผู้ทำผิดเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา? :โดย Lawyerthai.com

เมื่อท่านถูกใครละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน แล้วท่านรู้ว่าไอ้ใครที่ว่านั้นเป็นใคร

และการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเป็นการกระทำเพื่อการค้า ท่านก็มีทางเลือกทาง

กฎหมายอยู่ 2 ทางครับ คือจะเลือกฟ้องผู้กระทำผิดเป็นคดีแพ่งหรือเลือก

ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิด การเลือกดำเนินคดีอาญานั้นก็อาจจะทำได้

2 ทางอีกเช่นกันครับ ทางหนึ่งคือไปแจ้งความกับตำรวจ ให้ตำรวจสอบสวน

แล้วอัยการจะเป็นโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแทนท่านครับ อีกทางหนึ่งคือท่านไป

เป็นโจทก็ฟ้องคดีต่อศาลเองโดยตรงเลยครับ

การเลือกฟ้องคดีแพ่งกับคดีอาญามีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันครับ ข้อแรกท่าน

คงต้องถามตัวเองว่าอยากได้อะไรจากการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดครับ ถ้า

อยากจะได้ค่าเสียหายเป็นหลัก ก็ควรฟ้องคดีแพ่งครับ ถ้าต้องการให้คน

ละเมิดลิขสิทธิ์เข็ดหลาบและต้องการแสดงให้คนทั่วไปเห็นว่าคนผิดควรรับ

โทษก็ไปแจ้งความหรือฟ้องคดีอาญาครับ ซึ่งถ้าเลือกจะดำเนินคดีอาญาก็

ต้องรีบทำภายใน 3 เดือนนับแต่รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดครับ

เพราะความผิดกฎหมายลิขสิทธิ์เป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอม

ความได้ครับ กฎหมายจะกำหนดอายุความทางอาญาไว้ค่อนข้างสั้น ส่วนถ้า

จะดำเนินคดีแพ่งท่านก็มีเวลาในการตัดสินใจฟ้อง 3 ปีนับแต่รู้ถึงการกระทำ

ผิดและรู้ตัวผู้ทำผิดครับ (คดีแพ่งเกี่ยวกับลิขสิทธิ์มีอายุความมากกว่าคดีแพ่ง

ทั่วไปที่กำหนดไว้เพียง 1 ปีนับแต่รู้ถึงการทำผิดและรู้ตัวผู้ทำผิด)

การฟ้องคดีแพ่งกับคดีอาญามีเงื่อนแง่ทางกฎหมายที่แตกต่างกันครับ ที่ผม

เคยพูดถึงตอนที่เล่าถึงคดีไมโครซอฟท์ - เอเทค ก็คือ คดีแพ่งจะไม่นำหลัก

ผู้เสียหายทางนิตินัยมาใช้ครับ กรณีปัญหาข้อกฎหมายเรื่องล่อซื้อก็จะไม่

เป็นอุปสรรค อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดต่างก็คือ เรื่องมาตรฐานการพิสูจน์ครับ

พูดให้ง่าย ๆ ก็คือ ถ้าท่านฟ้องคดีแพ่ง ท่านมีโอกาสชนะคดีมากกว่า เพราะ

ในคดีแพ่งเพียงแต่ถ้าพยานหลักฐานของท่านมีน้ำหนักมากกว่าฝ่ายจำเลย

(เช่น 51 : 49) ศาลก็จะตัดสินให้ท่านชนะคดีแล้วครับ เรียกมาตรฐานการ

พิสูจน์นี้โก้ ๆ เป็นภาษากฎหมายว่า preponderance of evidence ครับ ส่วน

ในคดีอาญานั้นแค่ 51 : 49 น่ะ ไม่พอครับ ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ให้ศาลเห็นจนปราศจากข้อสงสัยตามสมควร (Proof beyond

reasonable doubt) ครับว่ามีการทำผิดเกิดขึ้น และจำเลยที่ถูกฟ้องเป็นผู้

กระทำผิด ถ้าจะเทียบเป็นตัวเลขก็คงต้องมากกว่า 80 : 20 ล่ะครับ

คดีไมโครซอฟท์-เอเทคนั้นโจทก์เลือกฟ้องเป็นคดีอาญาครับ คงจะเพราะ

ต้องการให้ผู้ทำผิดหลาบจำไม่คิดทำผิดอีก ซึ่งก็ทำให้ศาลนำหลักผู้เสียหาย

โดยนิตินัยมาใช้และมาตรฐานการพิสูจน์ก็เป็นไปอย่างเข้มข้นครับ ส่วนท่าน

ผู้อ่านที่คิดจะฟ้องคดีก็ควรชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ

เพราะถ้าฟ้องคดีอาญาไปก่อนแล้วแพ้ อาจจะให้ฟ้องคดีแพ่งอีกไม่ได้นะ

ครับ เพราะหลักกฎหมายเขามีว่า คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามคำ

พิพากษาคดีส่วนอาญาครับ (แต่หลักนี้ก็มีรายละเอียดและข้อยกเว้นนะครับ

ซึ่งคงไม่กล่าวในที่นี้ เพราะไม่อยากให้บทความนี้กลายเป็นตำรากฎหมายครับ)

อ้างอิง 

http://www.lawyerthai.com/articles/it/056.php
« Last Edit: 08 พฤษภาคม 2009, 01:22:22 by mercedess » Logged

ไร้ตัวตน.......
PRINCESSNUMAE' RUSH
สมาชิกระดับโคตรเทพ
*
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 2,282


The best time in my life is having you be.

princessnumay2008@hotmail.com princessnumay2009
View Profile WWW Email
« Reply #4 on: 08 พฤษภาคม 2009, 01:23:23 »

เป็นความรู้ที่ดีมากเลยค่ะพี่เบ็นซ์  applause applause

ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ นะค๊า ^^
thumbsup thumbsup
Logged

เวลาเจอคำนินทา !! ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังเป็นคนที่มีความหมาย ^ ^

mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« Reply #5 on: 08 พฤษภาคม 2009, 01:24:07 »



Copy รูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกกรณีหรือเปล่า? : โดย Lawyerthai.com


คงต้องยอมรับนะครับว่า ที่มนุษยชาติของเรามีเทคโนโลยีที่ก้าวไกลไปได้

อย่างทุกวันนี้ก็เพราะเราเรียนรู้จากในอดีต เราสามารถเรียนรู้จากความผิด

พลาดของบุคคลอื่นแล้วนำมาพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ได้ การที่มีกฎหมายทรัพย์สิน

ทางปัญญาเข้ามาคุ้มครองลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าและ

ทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ นั้นก็ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ

ครับ จริงๆ แล้วการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญานอกจากจะเป็นการ

คุ้มครองผู้มีความคิดริเริ่มแล้วยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ

อีกด้วย เช่นในเรื่องสิทธิบัตร เมื่อเราไปจดทะเบียนให้กฎหมายคุ้มครอง เรา

ก็ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประดิษฐ์ของเราเพื่อให้บุคคลอื่นนำไปพัฒนา

ต่อได้ เป็นต้นครับ

เรื่องลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเว็บไซต์ก็เช่นเดียวกันครับ ทุกวันนี้

เห็นเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็มีที่หน้าตาเหมือนกันบ้างคล้ายกันบ้างครับ เคยสงสัย

ไหมครับว่าการไป copy รูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการ

ละเมิดลิขสิทธิ์ทุกกรณีหรือเปล่า หลักก็คือไม่ว่ารูปภาพหรือข้อความใดๆ บน

เว็บไซต์ของผู้อื่น เขาก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ครับ การจะ

ไปทำซ้ำ ทำสำเนา หรือดัดแปลงแม้กับสิ่งเล็กน้อยบนเว็บไซต์ของผู้อื่นก็

เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ผิดกฎหมายนะครับ ถ้าจะทำก็ควรขออนุญาตเจ้าของ

เขาเสียก่อน อย่านึกว่าเจ้าของเขาจะไม่รู้นะครับ วันดีคืนดีเขารู้ขึ้นมาก็อาจ

ถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา (ถ้าเป็นการกระทำเพื่อการค้า)ได้ และก็

อย่าไปคิดนะครับ copy แค่รูปภาพ/ข้อความเล็กๆ น้อยๆ แล้วจะไม่ใช่การ

ละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่น เพราะเรื่องใกล้เคียงกันนี้เคยเป็นคดีเกิดขึ้นในอเมริกา

เมื่อหลายปีก่อนครับที่บริษัท Apple Computer ฟ้องเรื่อง Microsoft เกี่ยว

กับการละเมิดลิขสิทธิ์ใน Icon ครับ จำได้ไหมครับว่าไอ้ Icon ตัวเล็กๆ น่ะมัน

มีในเครื่อง Mac ของ Apple มาก่อนครับ พอ Microsoft ไปพัฒนา

โปรแกรม windows ซึ่งก็มี Icon ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่คุยกับเจ้าของเก่าก็

เลยมีปัญหาครับ

อย่างไรก็ดี เรื่องการ Copy รูปภาพ/ ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้ ก็

คงจะมีข้อยกเว้นเหมือนกันอย่างที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้วครับ คือถ้าเป็นการ

ทำเพื่อการศึกษาก็ถือเป็นข้อยกเว้นของการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ก็ต้องมีการ

ให้ credit กับเจ้าของลิขสิทธิ์เขานะครับ ผมว่าทางที่ดีถ้าจะไป copy อะไร

มาก็ขออนุญาตเขาก่อนก็ดีนะครับ อ้อ ที่ผมเขียนมาทั้งหมดน่ะหมายถึง

เว็บไซต์ที่เขาไม่ได้ระบุนะครับว่าให้ download ข้อความหรือรูปภาพได้ถ้า

เขาระบุเอาไว้ได้ download ได้ ก็คงไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
Logged

ไร้ตัวตน.......
MeawZila
Global Moderator
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Posts: 6,529



View Profile WWW Email
« Reply #6 on: 08 พฤษภาคม 2009, 18:41:38 »

เยี่ยมครับน้าเบนซ์ .......  applause applause applause

เอ .... ถ้าผมหายไปหลายวัน ไม่มาดูแล ..... ฝากพี่น้อง ซื้อข้าวผัด กับโอเลี้ยงไปเยี่ยมผมบ้างนะ 555
Logged

Acme7 is Badguy ^^' [JPD]
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 3,152


soranapong@hotmail.com
View Profile Email
« Reply #7 on: 08 พฤษภาคม 2009, 18:56:28 »

งั้นคงต้องให้น้าแมว แสดงตัวทุกวันหล่ะครับไม่งั้น คนอื่น ๆ อาจคิดไปไกล อิอิ
Logged

http://acme7.multiply.com
http://soranapong.hi5.com
soranapong@hotmail.com  ที่ทำงานครับ
acme7@windowslive.com  ที่บ้านครับ
Tel : 089-666-3585
poakpong
สมาชิกระดับเทพ
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1,658



View Profile WWW Email
« Reply #8 on: 08 พฤษภาคม 2009, 19:03:45 »


Copy รูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกกรณีหรือเปล่า? : โดย Lawyerthai.com


ก๊อปมาทั้งหมดแบบนี้ ละเมิดลิขสิทธิ์ป่าวครับ ?

ไม่ได้ตั้งใจเกรียน แต่อยากแลกเปลี่ยนความเห็น
Logged

mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« Reply #9 on: 08 พฤษภาคม 2009, 23:00:45 »


Copy รูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกกรณีหรือเปล่า? : โดย Lawyerthai.com


ก๊อปมาทั้งหมดแบบนี้ ละเมิดลิขสิทธิ์ป่าวครับ ?

ไม่ได้ตั้งใจเกรียน แต่อยากแลกเปลี่ยนความเห็น

ต้องดูที่เจตนาเอาแล้วกัน...... ลองเข้าไปอ่านก่อนนะครับ ข้อความที่ผมลงผมให้เครดิทผู้ที่เขียน ซึ่งผมนำความรู้มาเผยต่อสาธารณ ถ้าคลิกเข้าไปอ่าน ก่อน ตั้งคำถาม....ผมว่านะ

กระจ่าง....   ตัวน้าทำเวปไซด์ น่าจะเข้าใจมากกว่าผมนะที่จริง.... !!

« Last Edit: 08 พฤษภาคม 2009, 23:03:17 by mercedess » Logged

ไร้ตัวตน.......
poakpong
สมาชิกระดับเทพ
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1,658



View Profile WWW Email
« Reply #10 on: 09 พฤษภาคม 2009, 14:18:07 »


Copy รูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกกรณีหรือเปล่า? : โดย Lawyerthai.com


ก๊อปมาทั้งหมดแบบนี้ ละเมิดลิขสิทธิ์ป่าวครับ ?

ไม่ได้ตั้งใจเกรียน แต่อยากแลกเปลี่ยนความเห็น


ต้องดูที่เจตนาเอาแล้วกัน...... ลองเข้าไปอ่านก่อนนะครับ ข้อความที่ผมลงผมให้เครดิทผู้ที่เขียน ซึ่งผมนำความรู้มาเผยต่อสาธารณ ถ้าคลิกเข้าไปอ่าน ก่อน ตั้งคำถาม....ผมว่านะ

กระจ่าง....   ตัวน้าทำเวปไซด์ น่าจะเข้าใจมากกว่าผมนะที่จริง.... !!


ใช่ครับ เพราะผมทำเว็บไซต์ เลยตั้งคำถามแบบนี้ เรื่องที่บอกให้ผมคลิกอ่าน ผมก็คลิกก่อนจะตั้งคำถามนี้เช่นกัน

ข้อสังเกตของผมก็คือว่า... บทความที่มาจากเว็บไซต์ดังกล่าวเป็น เนื้อหาที่มีประโยชน์

แต่... ภายในเว็บไซต์นั้น มีโฆษณาจำนวนมาก (เปิดเร็วๆ แทบหาเมนูไม่เจอ)

ซึ่งหมายถึง... เจ้าของเว็บต้องการให้คนกลับเข้าไปอ่านจากต้นฉบับ มากกว่าที่เราจะคัดลอกออกมาทั้งหมดแบบนี้ แม้เราจะบอกว่าเพื่อสาธารณะและอ้างอิงกลับไปแล้ว

ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเรา... อยากทำเว็บให้คนเข้ามาดูเยอะๆ (จะได้มีคนมาคลิกโฆษณาที่ติดไว้เยอะแยะ) แต่ก็มีคนมาคัดลอกเนื้อหาออกไปหมด ใครจะกลับเข้ามาดูที่เว็บต้นฉบับ

ประเด็นที่ผมอยากจะฝากจริงๆ ก็คือ การนำเนื้อหาสาระต่างๆ มาแบ่งปันความรู้กันเป็นเรื่องที่ดี

แต่... ควรเขียนสรุป แนะนำด้วยภาษาของเราเอง แล้วทำ link กลับไปที่เว็บไซต์ต้นฉบับ ไม่ใช่คัดลอกมาแปะทั้งหมด

หวังว่าคงเข้าใจประเด็นนะครับ

 biggrin1

ปล. เคสนี้ไม่ใช่เคสแรก ผมเห็นมาหลายเคสแล้ว เลยลองแลกเปลี่ยนดู
Logged

POPCORN
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 3,343


ช่างภาพ POPCORN

popcornphoto@hotmail.com
View Profile WWW Email
« Reply #11 on: 09 พฤษภาคม 2009, 17:36:31 »

งั้นคงต้องให้น้าแมว แสดงตัวทุกวันหล่ะครับไม่งั้น คนอื่น ๆ อาจคิดไปไกล อิอิ

ระวังมีน้าแมวตัวปลอมนะ เหมือนใครหว่า.....   laughing laughing laughing
Logged

mercedess
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 493



View Profile Email
« Reply #12 on: 09 พฤษภาคม 2009, 21:32:22 »


Copy รูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกกรณีหรือเปล่า? : โดย Lawyerthai.com


ก๊อปมาทั้งหมดแบบนี้ ละเมิดลิขสิทธิ์ป่าวครับ ?

ไม่ได้ตั้งใจเกรียน แต่อยากแลกเปลี่ยนความเห็น


ต้องดูที่เจตนาเอาแล้วกัน...... ลองเข้าไปอ่านก่อนนะครับ ข้อความที่ผมลงผมให้เครดิทผู้ที่เขียน ซึ่งผมนำความรู้มาเผยต่อสาธารณ ถ้าคลิกเข้าไปอ่าน ก่อน ตั้งคำถาม....ผมว่านะ

กระจ่าง....   ตัวน้าทำเวปไซด์ น่าจะเข้าใจมากกว่าผมนะที่จริง.... !!


ใช่ครับ เพราะผมทำเว็บไซต์ เลยตั้งคำถามแบบนี้ เรื่องที่บอกให้ผมคลิกอ่าน ผมก็คลิกก่อนจะตั้งคำถามนี้เช่นกัน

ข้อสังเกตของผมก็คือว่า... บทความที่มาจากเว็บไซต์ดังกล่าวเป็น เนื้อหาที่มีประโยชน์

แต่... ภายในเว็บไซต์นั้น มีโฆษณาจำนวนมาก (เปิดเร็วๆ แทบหาเมนูไม่เจอ)

ซึ่งหมายถึง... เจ้าของเว็บต้องการให้คนกลับเข้าไปอ่านจากต้นฉบับ มากกว่าที่เราจะคัดลอกออกมาทั้งหมดแบบนี้ แม้เราจะบอกว่าเพื่อสาธารณะและอ้างอิงกลับไปแล้ว

ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเรา... อยากทำเว็บให้คนเข้ามาดูเยอะๆ (จะได้มีคนมาคลิกโฆษณาที่ติดไว้เยอะแยะ) แต่ก็มีคนมาคัดลอกเนื้อหาออกไปหมด ใครจะกลับเข้ามาดูที่เว็บต้นฉบับ

ประเด็นที่ผมอยากจะฝากจริงๆ ก็คือ การนำเนื้อหาสาระต่างๆ มาแบ่งปันความรู้กันเป็นเรื่องที่ดี

แต่... ควรเขียนสรุป แนะนำด้วยภาษาของเราเอง แล้วทำ link กลับไปที่เว็บไซต์ต้นฉบับ ไม่ใช่คัดลอกมาแปะทั้งหมด

หวังว่าคงเข้าใจประเด็นนะครับ

 biggrin1

ปล. เคสนี้ไม่ใช่เคสแรก ผมเห็นมาหลายเคสแล้ว เลยลองแลกเปลี่ยนดู

ขออภัยด้วยครับ.....ผมผิดเอง ที่ไม่ทบทวนให้ดีก่อน..........
Logged

ไร้ตัวตน.......
jenova
สมาชิกนักโพส
****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 460



View Profile WWW Email
« Reply #13 on: 11 พฤษภาคม 2009, 15:46:23 »

เหอๆ มาช่วยขยายความครับ

จริงๆ พวก พรบ. คอมฯ ผมก็ทำงานอยู่ในเทือกๆ นี้หละครับ ท่านใดสงสัยก็ปรึกษาได้

อันนี้ไม่เกี่ยวกะ พรบ. คอมพิวเตอร์นัก แต่เป็นเรื่องบทความที่น้าเบนซ์ยกมา และ ประเด็นที่น้าป้องถาม

ทั่วไปแล้ว บทความบ้านเราเนี่ยถ้าเค้าหวง เค้าจะระบุตัวแดงไว้ตอนท้ายเลยครับ หรือไม่ก็ใส่ copy right ไว้ คือต้องแจ้งให้ทราบก่อนจึงจะนำไปเผยแพร่ ทำสำเนาได้
ปัจจุบันมี http://creativecommons.org/licenses/by/3.0/th/legalcode ให้เราใช้กัน
ซึ่งถ้าอ้างอิงตาม CC นะครับ เรามีเสรีภาพที่จะทำสำเนาเผยแพร่บทความนั้น ภายใต้เงื่อนไข ที่เราต้องแสดงที่มาของบทความหรือตามทที่ผู้เขียนบทความนั้นกำหนด

ในกรณีที่ผู้เขียนบทความไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ไม่ได้ประกาศ CC อะไรใดๆ ทั้งสิ้น การแสดงที่มานั้นถือว่าเพียงพอแล้วครับ (ดังเช่นกรณีของกระทู้นี้)
ดังนั้นถือว่าไม่เป็นการสะเมิดสิขสิทธิ์ครับ

ผิดพลาด ไม่กระจ่างประการใด ทักท้วงได้นะครับ ^ ^
Logged

"camera is a capture device"
http://jenospot.multiply.com
poakpong
สมาชิกระดับเทพ
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1,658



View Profile WWW Email
« Reply #14 on: 19 พฤษภาคม 2009, 14:59:19 »


ทั่วไปแล้ว บทความบ้านเราเนี่ยถ้าเค้าหวง เค้าจะระบุตัวแดงไว้ตอนท้ายเลยครับ หรือไม่ก็ใส่ copy right ไว้ คือต้องแจ้งให้ทราบก่อนจึงจะนำไปเผยแพร่ ทำสำเนาได้
ปัจจุบันมี http://creativecommons.org/licenses/by/3.0/th/legalcode ให้เราใช้กัน
ซึ่งถ้าอ้างอิงตาม CC นะครับ เรามีเสรีภาพที่จะทำสำเนาเผยแพร่บทความนั้น ภายใต้เงื่อนไข ที่เราต้องแสดงที่มาของบทความหรือตามทที่ผู้เขียนบทความนั้นกำหนด

ในกรณีที่ผู้เขียนบทความไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ไม่ได้ประกาศ CC อะไรใดๆ ทั้งสิ้น การแสดงที่มานั้นถือว่าเพียงพอแล้วครับ (ดังเช่นกรณีของกระทู้นี้)
ดังนั้นถือว่าไม่เป็นการสะเมิดสิขสิทธิ์ครับ

ผิดพลาด ไม่กระจ่างประการใด ทักท้วงได้นะครับ ^ ^


สิ่งสร้างสรรทุกประเภท (ภาพถ่าย/ภาพวาด/บทความ/กวี ฯลฯ) มีลิขสิทธิแปะป้ายให้ทันที โดยอัตโนมัติหลังจากงานเสร็จ ไม่ต้องประกาศบอกใคร -- แต่ถ้ามีการละเมิด แล้วเราพิสูจน์ได้ว่ามีคนละเมิดของเรา ก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายตามปกติ

creative commons คือตัวบรรเทา ให้ช่องว่างระหว่าง ผู้สร้างสรร(เจ้าของ) กับ ผู้ที่อยากนำไปใช้ ทำได้ง่ายขึ้น แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของกำหนด (ถ้าผู้ใช้งานทำเกินกว่าที่กำหนด ก็ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามปกติ)

ซึ่งหมายความว่า เจ้าของ จะต้องประกาศ (cc) เอาไว้เสมอ ถ้าไม่มีการประกาศอะไรเลย งานนั้นจะเป็น copyright โดยสมบูรณ์ โดยไม่ต้องเขียนตัวอักษรสีแดงกำกับ

อย่างในกรณีนี้ ไม่มีการประกาศ cc แต่อย่างใดครับ
Logged

Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!