ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: --- ดอกมะลิกะหมาข้างตึก ---  (Read 587 times)
0 Members and 2 Guests are viewing this topic.
:: photostory ::
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 3,696


..ไม่ใช่โปร..ไม่ใช่เทพ.....แค่ชอบเสพย์การถ่ายภาพ..

photo_story@hotmail.com
View Profile WWW Email
« on: 14 พฤศจิกายน 2008, 16:08:42 »

เห็นน้า d40x เอาเรื่องเกี่ยวกับพวงมาลัยมาฝาก ผมเลยเอามั่ง  fryingpan

เป็น FW Mail น่ารัก ๆ คับ อ่านขำ ๆ ละกันคับ  laughing


--- ดอกมะลิกะหมาข้างตึก ---


 เรื่องเล่าจากนักศึกษาครั้งนี้เป็นเรื่องเล่ามาจากนักศึกษาหนุ่มคณะศิลปกรรม และหนุ่มศิลปกรรมคนนี้ สามารถเกี่ยวให้ดอกมะลิโน้มลงมาหาเขาได้ เพราะ พวงมาลัยเพียงพวงเดียว เรื่องราวเป็นอย่างไร

เชิญติดตาม ***********

มีนักเขียนคนหนึ่งบอกไว้ในหนังสือ.... หลายคนคิดว่า ?ความรัก? คือ ?ความเหมือน? แต่จริงๆแล้ว ?ความรัก? นั้นไร้กรอบจะเกิดจาก ?ความเหมือน? ก็ได้ หรือบางที ?ความแตกต่าง? ของคนสองคนก็สามารถก่อรูปเป็น ?ความรัก? ได้เช่นกัน ?ความรัก? ไม่ใช่ ?เหตุผล? มันเป็น ?ความรู้สึก? แต่ ?ความรู้สึก? ที่ลึกซึ้งจริงจัง มันก็คือ ?เหตุผล? อย่างหนึ่งเหมือนกัน?

ณ เวลานั้นผมอ่านแล้วส่ายหัวแบบงงๆไม่ get เท่าไหร่ แถมยังบ่นงึมงำๆใส่หนังสือว่า ?เขียนอะไรวะ อ่านไม่รู้เรื่อง?จนกระทั่งเพิ่งจะมารู้สึกเข้าใจอย่างถ่องแท้ลึกซึ้งจริงๆเอาก็ครั้งนี้เอง

ครั้งที่หัวใจผมมี ?เธอ? เข้าไปนั่งอยู่ข้างใน (ขอร้องนะ อย่าเพิ่งอ้วก ผมกำลังอิน) จริงอยู่ ผมไม่อาจเอ่ยได้ว่านี่คือรักครั้งแรกในชีวิตหนุ่มรุ่นกระทงอย่างผม ก็อายุก็ปาเข้าไป 21 แล้ว จะให้บอกว่าหัวใจผ่องแผ้วนพคุณไม่เคยมีความรักกะเขาซักครั้งก็จะหาว่าผม ขี้ฮก เบ่ เบ๋

แต่ ณ วินาทีนี้ผมรับประกันได้เลยว่า เธอ คือ ?ความต่าง? ที่มาเติมเต็ม ?ความขาด? ในความรู้สึกของผมได้อย่างพอดีเป๊ะๆ ฟังดูเหมือนเป็นนามธรรมจัด คนอ่านอาจไม่เข้าใจเท่าไหร่ งั้นผมจะเล่าตั้งแต่ต้นให้ฟัง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้นก็ละกัน

5-4-3-2 แอ๊คชั่น (ขอโทษที ลืมบอกไปว่าผมกำลังบ้าวิชาภาพยนตร์ที่เพิ่งไปลงทะเบียนมาหมาดๆ)?

?เหมียว? คือชื่อของเธอซึ่งเป็น ?ความต่าง? ของผม ?เหมียว? เป็นดาวคณะนิเทศศาสตร์ปี 3 ปีเดียวกับผม ผิดกันแต่ว่าผมไม่ได้เป็นเด็กนิเทศฯ ผมเป็นเด็กศิลปกรรมที่ไม่มีอะไรใกล้กันเลยซักอณู วันเวลาในมหา?ลัยของผมมักจะขลุกอยู่ในตึกศิลปกรรม ซึ่งอยู่ด้านหน้าห่างจากตึกนิเทศฯไกลโข ช่วงไหนว่างก็มักจะนั่งรถเมล์ไปดูภาพฝาผนังที่วัดต่างๆ

ผมเลยแทบจะเป็น ?กบในกะลา? ตัวเดียวในคณะที่ไม่รู้จัก ?เหมียว? เพราะ ?เหมียว? ไม่เพียงเป็นดาวดวงเด่น สวย สง่า ราวกับนางพญา แต่เธอยังสืบเชื้อสายผู้ดีเก่า มีรถหรูราคาประมาณว่าเห็นปุ๊บต้องร้อง ?อู้หู? มารับส่งทุกเช้าเย็น ?เหมียว? จึงรั้งตำแหน่ง ?ดอกฟ้า? ประจำมหา?ลัยควบคู่ไปกับตำแหน่ง ?ดาว? ไปโดยปริยาย

เพราะ อย่างนั้นเธอจึง ?ดัง? มากกกกกกก (ลากเสียงยาวหน่อยเดี๋ยวจะนึกภาพไม่ออก) สำหรับผมที่ เห็นชัดๆก็คือ หล่อ สมาร์ท เท่ห์ เป็นที่หมายปองของสาวๆทั่วหล้า (?แหวะ? เสียง Soundtrack จากไอ้เพื่อนข้างๆส่งมาเตือนสติ)

งั้นเอาใหม่ สำหรับผม ถ้าอธิบายแบบไม่โกหกตัวเองก็คือสภาพของผู้ชายผมยาวประบ่า ไม่สูงชะลูดเท่าต้นตาลแต่ก็ไม่เตี้ยตะแมะแคระ หน้าตารึก็แสนธรรมดาๆ ยกเว้นช่วงไหนที่องค์ลงก็จะมีเคราเขียวๆ มาเยี่ยมเยียนเป็นพักๆ หน้าตาตอนนั้นถ้าใครเห็นมักจะสรรเสริญว่า ?หลุดจากป่าหิมพานต์มาย่ำกรุงรึไง?

ส่วนตำแหน่งตัวผมก็มีนะ เป็นถึงรองหัวหน้าสมาชิกชมรม ?สามแยกปากหมา? ข้างตึกศิลปกรรม อันเป็น ?พื้นที่อันตราย? ที่นักศึกษาสาวๆ หากไม่จำเป็นไม่มีทางเยี่ยมกรายไปเหยียบเด็ดขาด อารัมภบทประวัติคร่าวๆ ของเธอและผมมาพอสมควรแล้ว คราวนี้ก็มาเข้าเรื่องรักขลังๆ ของ เราสองคนได้ซะที

เริ่มที่เย็นวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ บรรยากาศในมหา?ลัยเงียบสงบ จนแม้แต่ใบไม้ซักใบร่วงผมยังได้ยิน (เว่อร์ไปมั้งมึง)
?ทั้งที่เป็นวันหยุด แล้วผมมาทำอะไรล่ะ? นั่นคือคำถามใช่มั้ย
?มาเขียนรูปมหา?ลัย? นั่นคือคำตอบของผม ส่วนเหตุผล เพราะ ตั้งแต่เรียนที่นี่เขียนรูปโน้นรูปนี้ไปเรื่อย แต่ผมไม่เคยเขียนรูปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ผมเลย ผมจึงนั่งรถเมล์มานั่งที่นี่ตั้งแต่บ่าย ทว่ายังไม่ได้เริ่มเขียนอะไร เพราะ อยากได้แสงตอนเย็นมากกว่า จู่ๆ แดดเปรี้ยงที่เห็นตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเม็ดฝนกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา
?เฮ้ย? ผมสบถอย่างหัวเสีย พร้อมๆ กับการเร่งฝีเท้าเข้าไปหลบฝนในตึกศิลปกรรม ในใจก็บ่นว่า ฟ้าฝนไม่เป็นใจ แต่ในอีก 3 นาทีถัดมาผมแทบจะก้มลงกราบฟ้าฝนที่ดลบันดาลให้ผมได้พบกับ ?เหมียว? เป็นครั้งแรก

แม้จะเป็นครั้งแรกที่ไม่มีอะไรน่าประทับใจนัก นอกจากผู้ชายผมยาวรุงรังเนื้อตัวเปียกโชก กับผู้หญิงสภาพมะล่อกมะแล่กใกล้เคียงกับลูกแมวตกน้ำ ต่างคนก็ต่างเหลือบมองกันด้วยความรู้สึกคนละอย่าง ผมมองเธอด้วยความคิดว่า ?ผู้หญิงคนนี้มาทำอะไรที่มหา?ลัยในวันหยุดวะ?

ส่วนเธอ ผมพอคาดเดาได้จากสายตาว่า คงจะมองผมด้วยความรู้สึกระแวงภัย เพราะสภาพผมตอนนั้นมองไปมองมาก็คล้ายโจรโรคจิตเข้าไปทุกที ตลอด 1 ชั่วโมงที่เราติดฝนอยู่ จึงเต็มไปด้วยความเงียบจนกระทั่ง?

?ฮัดเช้ย? เสียงเธอจามทำลายความสงัด ผมซึ่งแม้จะไม่ใช่สมชายจรดปลายเท้า แต่ก็ยังพอมีน้ำใจหยิบผ้าเช็ดหน้าซึ่งผมมักจะใช้เช็ดสีออกจากหน้า
เวลาทำงานเสร็จออกมายื่นส่งให้เธอ  ?เหมียว? มองแบบกล้าๆกลัวๆ คงไม่แน่ใจว่า ไอ้นี่มันจะมาไม้ไหนเนี่ย? แต่เธอคงสมเพชที่ผมทู่ซี้ยื่นผ้าอยู่อย่างนั้นนานสองนานเลยรับอย่างเสียมิได้ ผมเห็นเธอจามอีกหลายทีเลยทำท่าสั่งน้ำมูกใส่ผ้าเช็ดหน้าให้เธอทำตาม

?เหมียว? ทำหน้าเหมือนรังเกียจแต่สั่งน้ำมูกเต็มพิกัด จนผ้าเช็ดหน้าผมชุ่มน้ำมูกของเธอ ผมไม่โกรธ ส่วน ?เหมียว? ทำหน้าเขินๆได้น่ารักชะมัด ?น่ารัก? จนผมอดเผลอ ?รัก? เธอเข้าให้ซะแล้ว ถ้าตอนนั้นมีใครมาบอกว่า ?love at frist sight? หรือ ?รักแรกพบ? ไม่มีจริง ผมคงเถียงตายชักเพราะ ผมเองก็กำลังเผชิญกับอาการอย่างนั้นอยู่ จะด่าว่าผมเพ้อเจ้อ เพ้อฝันล่ะสิ ก็อาจใช่ที่สมัยนี้ ?รักแรกพบ? มันหายาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี

ผมเชื่อว่า หลายคนเคยมี ?รักแรกพบ? แต่เมื่อคบกันไปนานๆ มนต์ขลังของ ?รักแรกพบ? ถูกสังคมทัศนคติ ความไม่เข้าใจมาบดบังจนความขลังค่อยๆเลือนหายไปในที่สุด เราจึงสรุปว่า ?รักแรกพบ? ไม่มีจริง แต่ผมก็เห็นหลายคู่ที่เค้าใช้ ?รักแรกพบ? นำไปสู่ ?ครอบครัว? ในตอนท้าย ผมเองก็หวังว่าผม
กับเหมียวจะมีโอกาสนั้นเหมือนกัน

วันรุ่งขึ้น ผมจึงเริ่มสืบถามเสาะหาว่า ?เธอ? คือใคร ซึ่งไม่ยากเท่าไหร่ เพียงครึ่งวันผมก็รู้ว่าเธอคือ ?เหมียว? ?ดาวคณะนิเทศฯ? ?ดอกฟ้า? และ ?เป้าหมายของหนุ่มๆนับสิบ? แต่ผมไม่ฝ่อหรอก ผมสู้ยิบตาเชียวแหละ ?สู้? ในวิธีการของผม

คนอื่นไปหา ?เหมียว? มี ?เค้กหรู คุ้กกี้ร้านดัง เบเกอรี่เจ้าอร่อย? มาเป็นของกำนัล แต่ผมให้ ?ฝรั่งแช่บ๊วย มะดันแช่อิ่ม มะม่วงดองเหลืองอร่อย และส้มตำรสสะเด็ด? เป็นของฝาก แต่ผมก็มีช่วงเวลาติสท์แดก ทำงานศิลปะหายหัวไปต่างจังหวัดเป็นอาทิตย์ๆ ของฝากผมจึงไม่ต่อเนื่อง อย่างเห็นวันนี้อาจจะไม่เห็นไปอีก 2 อาทิตย์ ขาดๆ หายๆ ตลอด

จนมาถึงวันวาเลนไทน์ 24 ชั่วโมงแห่งการบอกรัก ซึ่ง 1 ปีมีวันเดียว มีผมคนเดียวที่ลืมว่าวันนี้คือวันอะไร เพราะมัวไปช่วยงานอาจารย์ศิลปะจนถึงเช้า กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงวัน มารู้ตัวอีกทีก็ใกล้เวลาเลิกเรียนของ ?เหมียว? แล้ว ผมรีบตาลีตาเหลือกน้ำท่าไม่อาบ วิ่งไปหาซื้อดอกไม้ แต่ดันลืมกระเป๋าตังค์ มีแค่เศษเหรียญ 20 บาทอยู่ในกระเป๋ากางเกง อย่าว่าแต่ช่อกุหลาบเลย แต่การ์ดซักใบยังไม่มีปัญญาซื้อเลย ให้ตายสิ พลันสายตา
ผมบังเอิญไปเห็นแม่ค้าขายพวงมาลัยนั่งขายอยู่ไม่ไกล ด้วยความฉุกละหุกเลยตัดสินใจซื้อพวงมาลัยดอกมะลิโดยต่อราคาจาก 25 เหลือ 20 บาท กว่าแม่ค้าจะยอม น้ำลายผมแทบหมดปี๊บ

พอได้ดอกไม้ปุ๊บผมก็ติดไฟใส่เท้าวิ่งฉิวไปหา ?เหมียว? ที่โต๊ะคณะ วิ่งไปก็คิดหาคำพูดดีๆมาแก้ตัวเรื่องดอกมะลิ สุดท้ายก็คิดไม่ออกก็เลยยื่น ?พวงมาลัย? ให้ ?เหมียว? โดยไม่พูดอะไรเลย ทั้งที่ใจเต้นรัวเป็นจังหวะดาจิมผสมโจอี้บอย ส่วน ?เหมียว? รับมาแบบงงๆ โดยไม่พูดอะไรเหมือนกัน จากนั้นผมก็หายหัวไปอีก 1 อาทิตย์ เพราะต้องไปช่วยงานอาจารย์ศิลปะคนเดิม เป็นเวลา 7 วันที่ผมไม่มีสมาธิทำงานเอาซะเลย เหมือนองค์ที่เคยลงหนีไป เพราะ โดนกามเทพแผลงศรใส่เต็มรัก

วันที่ผมกลับมาเจอ ?เหมียว? อีกครั้ง อาการเกร็งมันมาจากไหนไม่รู้ ผมพยายามใช้มือตบๆ จากหัวแม่เท้าเรียกความกล้าขึ้นมาที่หน้า เพื่อให้ ?หน้าด้าน? แต่มันทำลำบากนะ ในขณะที่สายตาของ ?เหมียว?จ้องผมไม่วางตาอย่างเงี้ยะ มือผมเริ่มหงิก ปากผมเริ่มเบี้ยว (เฮ้ย! ไม่ใช่โว้ย) มือผมเริ่มอยู่ไม่สุก ทำตัวไม่ถูก เหมือนสาวแรกรุ่นถูกหนุ่มบอกรักยังไงยังงั้น จนเมื่อมีคำพูดหนึ่งจากปากสาวตรงหน้าว่า

?คิดถึงจัง?

?โอ้ย ฟ้าถล่ม ดินทลาย หัวใจจะระเบิดแล้วโว้ย? ผมคิดในใจแต่เผลอพูดออกไปได้ไงไม่รู้เรากลายเป็นแฟนกันในเวลาต่อมา โดยมีสายตาของใครต่อใครมองด้วยความสมเพช (ผม) และไม่เข้าใจ(เธอ)ว่า ?ดอกฟ้า? อย่าง ?เหมียว? ไหงมาชอบ ?หมาวัด? อย่างผม เพราะ

?เหมียว? สงบเสงี่ยม สวยเนี้ยบเฉียบตั้งกะปลายผมจรดปลายเท้า
ส่วน ?ผม? ปากหมา กระมอมกระแมม โกโรโกโส ตั้งแต่ปลายขี้หัวจรดปลายขี้เล็บ teen

?เหมียว? ชอบดูหนัง ชอบดูละคร และเสพความบันเทิงทุกชนิดสมกับเป็นเรียนนิเทศฯ
ส่วน ?ผม? ชอบดูภาพฝาผนัง งานจิตรกรรม และอะไรที่เป็นปรัชญาโลกแตก

?เหมียว? ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่กินเหล้า ซดแต่นมก่อนเข้านอน
ส่วน ?ผม? นิยมย่ำราตรี เคล้าสุรายาเมาอยู่เป็นนิจ

แต่ ?เหมียว? เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยว่าผมแม้ซักคำในยามที่ผมหายหัวไป ไม่มาให้เห็นหน้าเป็นอาทิตย์ๆ ไม่เคยน้อยใจ เวลาผมเลือกไปดูภาพเขียนในวัดมากกว่าไปนั่งดูหนังในโรง ?เหมียว? มักจะมองหน้าผมแล้วพูดว่า ?หิวแล้ว ไปกินข้าวกันเหอะ?

จน 1 ปีผ่านไปใกล้วันวาเลนไทน์อีกครั้ง ผมเกิดสะกิดใจถามเธอว่า ?ถามจริงเหอะ ทำไมถึงชอบผม?  ?เหมียว? คงอายมาก เพราะ เธอผลักผมเอาผลักผมเอา จนผมล้มลงไปกองกับพื้น  "บอกหน่อยสิ? ผมยังคะยั้นคะยอถาม ทั้งๆที่ก้นระบมเพราะตกเก้าอี้  ?ก็ได้? เหมียวตัดสินใจยอมเฉลย

เธอบอกว่าข้อ 1 คบกับผม เหมียวไม่ต้องเก๊กสวย เก๊กหรู เหมียวเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่
ข้อ 2 ผมไม่ตามเหมียวแจ เลยไม่รู้สึกว่าถูกควบคุม
ข้อ 3 อันนี้สำคัญมากๆ เหมียวบอกว่าพวงมาลัยดอกมะลิที่ผมให้เมื่อปีก่อน เป็นการแสดงความจริงใจว่าเหมียวน่าบูชา เป็นการบอกนัยๆ ว่าถ้าแต่งงานกันไป ผมจะยกให้เหมียวเป็นใหญ่ในบ้าน

ผมอึ้งสิครับ โห มะลิพวงเดียว เจ๊เล่นตีความไปไกลโพ้นขนาดนั้นเชียว พับเผื่อยสิ กับข้อ 1 ผมไม่ติดใจสงสัยหรอก เพราะตั้งแต่คบกันมา ?เหมียว? ทำฟอร์มหล่นไปเยอะ ไม่เนี้ยบเนียนสมบูรณ์แบบไปซะหมดเหมือนก่อน ซึ่งนั่นผมคิดว่า อาการโก๊ะของเธอคงเป็นมานานแล้วเพียงแต่ไม่แสดงอาการ
ข้อ 2 ผมเข้าใจเธอดีว่า ?เหมียว? อยู่ในครอบครัวที่ค่อนข้างดูแลเอาใจใส่ประชิดตัว เลยรู้สึกเหมือนถูกคุม แต่ผมกลับอยู่ๆ หายๆ ไปบ้างทำให้ ?เหมียว? มีอากาศหายใจ ซึ่ง 2 ข้อนี้ผมพอเดาได้ แต่ข้อ 3 นี่สิผิดคาด ความฉุกละหุก ของผม กลายเป็นการบอกอนาคตกับเธอว่า ผมจะยอมศิโรราบชักแถวเข้าชมรม ?คนเกลียมัว? ?คนกลัวเมีย? นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เฮ้อ! คิดได้นะผู้หญิง ทว่าในเมื่อตกกระไดพลอยโจนอย่างงี้ ก็เลยตามเลยเถอะ ปล่อยให้ ?เหมียว? คิดหยั่งงั้นไปดีกว่า เพราะ ทุกวันนี้แม้เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ผมก็กลัวเธอจะแย่อยู่แล้ว

กลัวว่า ?เสียงหัวเราะ? ของ ?เหมียว? จะขาดหายไปจากชีวิตผม
กลัวว่าน้ำตาของ ?เหมียว? จะต้องหยดลงเพราะผมเป็นต้นเหตุ
กลัวว่าชีวิต ?เหมียว? จะไร้ความสุข เพราะผมก็จะไร้สุขเช่นกัน
และที่สำคัญ กลัว ?เหมียว? ไม่ ?รัก? ผม (เน่าจริงๆเลยมึงเอ้ย)  เพราะงั้น ยกให้ ?เหมียว? เป็นใหญ่ซักคนก็ได้  อ้อ เกือบลืมขอบคุณแม่ค้าขายพวงมาลัยที่ยอมลดราคาให้ผม  ไม่งั้น ?หมาข้างตึก?อย่างผมคงได้แต่แอบมอง ?ดอกมะลิ? จากมุมตึกที่ไหนซักแห่งไม่มีโอกาสเล่ามาถึง ตอนจบ(แต่ไม่จบในชีวิตจริงนะ)ตรงนี้?.

ใครๆมักบอกว่า ?รักแท้? ไม่มีเหตุผล ถ้ามีเหตุผลแสดงว่าไม่ใช่ ?รักแท้? แต่ผมกลับคิดว่า ?ความรัก? นั่นแหละคือ ?เหตุผลแท้จริง? ที่ดีที่สุดของ ?หัวใจ?เลยล่ะ

 smooch smooch smooch smooch smooch hug1 hug1 hug1 hug1
Logged

<a href="http://images.multiply.com/multiply/horizontal-headshot-badge.swf?user_id=photostorystudio&amp;enc=U2FsdGVkX1-8t6a8-KiMDffLwGy.0FoVOvlFktoDEGHF6HjXc98of2F4XdI27xLTjkOt056bw3ptpRFUA9mGa3mikYzSRjul&amp;env" target="_blank">http://images.multiply.com/multiply/horizontal-headshot-badge.swf?user_id=photostorystudio&amp;enc=U2FsdGVkX1-8t6a8-KiMDffLwGy.0FoVOvlFktoDEGHF6HjXc98of2F4XdI27xLTjkOt056bw3ptpRFUA9mGa3mikYzSRjul&amp;env</a>
Krittipod
สมาชิกระดับสูง
***
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 193


Yu_Zop@hotmail.com
View Profile Email
« Reply #1 on: 15 พฤศจิกายน 2008, 11:04:45 »

ฮิ้ววววววววววว...อิจฉาอะ

^^
Logged

ChaiChai
สมาชิกระดับสูง
***
Offline Offline

Posts: 128


View Profile Email
« Reply #2 on: 09 ธันวาคม 2008, 18:50:57 »

เรื่องดีๆต้องfwต่อนะครับ อิอิ biggrin1
Logged
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!