ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 




เช่าไฟสตูดิโอ เช่าไฟต่อเนื่อง ช่างภาพผู้หญิง รับถ่ายภาพsexy ภาพส่วนตัว


Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: งาขาวที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถมีสรรพคุณเเละประโยชน์ที่สามารถรักษาโรคได้ด  (Read 68 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
gggggg020202
สมาชิกใหม่
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 20


View Profile Email
« on: 03 กรกฎาคม 2018, 12:29:43 »


งาขาว
ชื่อสมุนไพร งาขาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อแคว้น นีโซไอยู่มั้ว (จีน) ซะแปะ ซะเจี่ย (เมื่อน)
ชื่อสามัญ Sesame seeds (white)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Sesamum  orientale Linn.
วงศ์ PEDALIACEAE
ถิ่นเกิด
งาขาวมีถิ่นกำเนิดเช่นเดียวกันกับ งาดำ คือ งาขาวเป็นไม้ล้มลุกที่มีมาแต่โบราณ มีแหล่งกำเนิดในแถบประเทศเอธิโอเปีย ถัดมาก็ถูกนำเข้าไปยังอินเดีย จีน รวมทั้งแถบแอฟริกาเหนือรวมทั้งเอเชียใต้ ในราวประมาณ 2000 ปี ก่อนคริศตกาลและในศตวรรษที่ 17 ได้ถูกนำเข้าไปในทวีปอเมริกาส่วนในประเทศไทย งา ก็เป็นที่รู้จักกันมานาน ซึ่งประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ทั้งยังทางยา อาหาร และเครื่องสำอาง
ลักษณะทั่วไป
งาขาว เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุฤดูเดียว มีลำต้นตั้งตรงจรดยอด สูงราว 50-150 ซม. ลำต้นไม่แตกกิ่งกิ้งก้าน แต่บางจำพวกอาจมีการแตกกิ่งกิ้งก้าน ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ เป็นสี่เหลี่ยม มีขนสั้นๆปกคลุมหนา ลำต้นมีร่องยาวตามความสูงของลำต้น เปลือกลำต้นบาง สีเขียวเข้มหรือมีสีอมม่วง สามารถดึงลอกเป็นเส้นได้
ใบงาขาว ออกเป็นใบโดดเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันตามความสูงของลำต้น มีก้านใบทรงกลมสีเขียวหรือสีม่วงแดง ยาวโดยประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนแผ่นใบมีลักษณะเป็นรูปหอกยาว กว้างราว 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 8-15 ซม. โคนใบมน เป็นฐานกว้าง รวมทั้งค่อยเรียวลงจนกระทั่งปลายใบแหลม แผ่นใบมีสีเขียวสด มีร่องตามเส้นแขนงใบ ขอบใบเรียบหรือเป็นหยัก
ดอกงาขาวเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มบริเวณซอกใบ 1-3 ดอก ประกอบด้วยก้านดอกสั้น ประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ถัดมาเป็นกลีบรองดอกสีเขียว จำนวน 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมชิดกันห่อฐานดอก ถัดมาเป็นกลีบดอกไม้ที่มีลักษณะเป็นกรวยยาว กลีบดอกไม้อ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่หรือบานจะมีสีขาว ยาวเป็นทรงกรวย ราวๆ 4-5 ซม. ปลายกลีบห้อยลงดิน และก็แยกออกเป็น 2 กลีบหมายถึงกลีบข้างล่างที่ยาวกว่า รวมทั้งกลีบบนที่มีปลายหยักเป็น 3 แฉก ต่อมาด้านในดอกจะมีสีกลีบดอกข้างในเป็นสีเหลือง มีเกสรตัวผู้ 4 อัน แบ่งเป็น 2 คู่ แต่งละคู่ยาวไม่เท่ากันส่วนเกสรตัวเมียมี 1 อัน ยาว 1.5-2 ซม. ปลายก้านเกสรแยกออกเป็น 2-4 แฉก ดังนี้ ดอกงาขาวจะเริ่มบานในเวลาเช้า และกลีบจะตกลงดินในตอนเย็น
ผลของงาขาวเรียกว่า ฝัก ฝักอ่อนมีลักษณะทรงกระบอกค่อนข้างจะกลม ปลายฝักเป็นจะงอยแหลม เมื่อฝักใหญ่จะแบ่งเป็นร่องๆตามความยาวของฝัก ยาวโดยประมาณ 2-3 เซนติเมตร เปลือกฝักหนา มีสีเขียว และก็มีขนปกคลุม เมื่อฝักแก่เปลี่ยนเป็นสีดำอมเทา แล้วก็ปริแตก ทำให้เม็ดตกลงดิน  ภายในฝักมีเม็ดขนาดเล็กสีขาวมากมาย เรียงซ้อนแยกกันในแต่ละร่องพู เมล็ดมีรูปไข่ เปลือกเมล็ดบางมีสีขาว มีกลิ่นหอมหวน ใน 1 ฝัก จะมีเม็ดประมาณ 70-100 เมล็ด
การขยายพันธุ์
                งาขาว ที่ปลูกกันทั่วๆไปมี 6 พันธุ์ ดังเช่น

  • ชนิดเมืองเลย ปลูกมากที่จังหวัดเลยรวมทั้งบริเวณชายแดนไทย-ลาว แล้วก็ตอนจังหวัดเลยถึงจังหวัดอุตรดิตถ์
  • จำพวกเชียงใหม่ ปลูกมากมายที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนรวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่
  • ประเภทชัยบาดาลหรือสมอทอด ปลูกมากที่จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดลพบุรี แต่ว่าปัจจุบันนี้มีปริมาณน้อยมาก
  • พันธุ์ร้อยเอ็ด.1
  • ชนิดมข.1
  • ประเภทมหาสารคาม 60 มีเขตสนับสนุนการปลูก อาทิเช่น จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก แล้วก็กาญจนบุรี

งาเป็นพืชเขตร้อนถูกใจอาการร้อนแล้วก็แดดจัด อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเติบโต โดยประมาณ 27-30 องศาเซลเซียส รังเกียจอากาศหนาวเย็น ถ้าหากอุณหภูมิต่ำลงยิ่งกว่า 20 องศาเซลเซียส การงอกจะช้าลง หรือ บางครั้งอาจจะชะงักการเติบโต แม้กระนั้นถ้าหากอุณหภูมิสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 40 องศาเซลเซียสจะก่อให้การผสมเกสรติดยาเสพย์ติดกการสร้างฝักเป็นได้ช้า
   ฤดูปลูก

  • ต้นฤดูฝน เริ่มปลูกตั้งแต่กุมภาพันธ์-ม.ย. แล้วก็เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ย.-มิถุนายน จำนวนมากจะปลูกไว้ในพื้นที่นาก่อนการปลูกข้าว มีพื้นที่ปลูกราวร้อยละ 70 ของพื้นที่ปลูกงาทั่วทั้งประเทศ แหล่งปลูกงาต้นหน้าฝนเป็นต้นว่า จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ จังหวัดโคราช จังหวัดสระบุรี ลพบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดลำพูน น่าน รวมทั้งสุราษฏร์ธานี
  • ปลายฤดูฝน เริ่มปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่สิ้นเดือน พ.ย.-ธ.ค. จำนวนมากจะปลูกไว้ในภาวะพื้นที่ไร่หรือที่ดอน ปลูกหลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่ มีพื้นที่ปลูกโดยประมาณจำนวนร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกงาทั้งประเทศ แหล่งปลูกงาปลายฤดูฝนที่สำคัญ เป็นต้นว่า จังหวัด กาญจนบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็เลย
ส่วนการปลูกงาขาวนั้นสามารถทำเป็นดังนี้

  • การเตรียมดิน การเตรียมดินเป็นสาเหตุที่สำคัญสำหรับในการปลูกงาเพราะว่าเม็ดงามีขนาดเล็ก ควรมีการเตรียมดินให้ร่วนซุย จะช่วยให้งางอกเจริญและมีความสม่ำเสมอ การไถพรวนจะมากมายหรือน้อยครั้งขึ้นอยู่กับโครงสร้างรวมทั้งประเภทของเนื้อดิน ถ้าหากเป็นดินร่วนซุยทรายจะไถ 1-2 ครั้ง ส่วนดินเหนียวจะต้องไถมากครั้งกว่าดินร่วนโดยไถ 2-3 ครั้ง เพื่อย่อยดินอย่างถี่ถ้วนจะให้ผลผลิตสูงขึ้นยิ่งกว่าไถเพียงครั้งเดียว
  • วิธีปลูก การปลูกงาขาวมีอยู่ 2 วิธีคือ
  • การปลูกแบบหว่าน เกษตรกรส่วนมากนิยมปลูกงาด้วยแนวทางแบบนี้ โดยภายหลังจัดแจงดินก็ดี จะใช้เม็ดงาหว่านให้กระจายสม่ำเสมอ อัตราเมล็ดพันธุ์ 1-2 โล/ไร่
  • การปลูกแบบโรยเป็นแถว สำหรับเพื่อการทำร่องสำหรับโรยเม็ด ส่วนใหญ่ใช้คราดกาแถว ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร อัตราเมล็ดพันธุ์ 2-3 กิโล/ไร่ การปลูกเป็นแนวจะได้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบหว่าน
  • การใส่ปุ๋ย ดินปนทรายหรือดินร่วนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 20-30 กิโล/ไร่ ดินร่วมผสมดินเหนียว ใช้ปุ๋ยสูตร 20-20-0 ในอัตรา 20-25 โล/ไร่
  • การดูแลรักษา การปลูกงาขาวไม่ต้องการที่จะอยากดูแลมากสักเท่าไรนัก ข้างหลังการหว่านเม็ดแล้วเกษตรกรจะปลดปล่อยให้งาเติบโตตามธรรมชาติ แต่มั่นตรวจตราแปลงเป็นระยะ ถ้าหากพบโรคหรือแมลงระบาดให้ฉีดพ่นด้วยสารกำจัดศัตรูพืช ส่วนการปลูกในหน้าแล้งหรือพื้นที่ออกจะแห้งแล้งอาจมีการให้น้ำเป็นระยะ
  • การเก็บเกี่ยวผลผลิต งาขาวมีอายุเก็บเกี่ยวราว 70-120 วัน ข้างหลังปลูก ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และก็เริ่มเก็บฝักได้ในระยะฝักแก่สีเหลืองหรือน้ำตาลอมดำ ใบมีสีเหลือง แล้วก็หล่นใกล้หมด และก็เก็บในระยะที่เปลือกฝักยังไม่ปริแตก การเก็บเกี่ยวงาขาวจะใช้วิธีถอนทั้งยังต้น ก่อนเด็ดฝักแยกออกจากลำต้น แล้วตีให้ฝักแตกคอเม็ดงาออก ซึ่งบางทีอาจใช้ไม้ตีหรือใช้เครื่องตีแยกฝัก

องค์ประกอบทางเคมี เม็ดงาขาว ประกอบด้วยน้ำมัน 44-58% โปรตีน 18-25% ที่มีกรดอะมิโนที่มีคุณค่าทางโภชนาการเช่นเดียวกับถั่วเหลืองคาร์โบไฮเดรตราว 13.5% รวมทั้งขี้เถ้า 5% (Borchani et al.,2010) น้ำมันงาราว 50% เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงผู้เดียว 35% และก็อีก 44% เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ในช่วงเวลาที่ 45% ของกากงาประกอบด้วยโปรตีน 20% (Ghandi, 2009) ส่วนองค์ประกอบทางเคมีที่มีในเมล็ดงาขาวนั้นก็มีเช่นเดียวกับงาดำ เป็นต้นว่า กรดไขมันได้แก่ oleic acid, linoleic acid, palmitic acid, stearic acid, สารกลุ่ม lignan, ชื่อ sesamol, d-sesamin, sesamolin, สารอื่นๆดังเช่นว่า sitosterol  ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของงาขาวมีดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการงาขาว (งาขาวดิบ 100 กรัม)
                งาขาวดิบ             
น้ำ                           3.9          กรัม
พลังงาน                 658         กิโลแคลอรี่
โปรตีน                    20.9        กรัม
ไขมัน                       57.1        กรัม
คาร์โบไฮเดรต                        15.0        กรัม
ใยอาหาร                                4.6          กรัม
ขี้เถ้า                           3.1          กรัม
แคลเซียม                               86           มิลลิกรัม
เหล็ก                       7.4          มก.
ธาตุฟอสฟอรัส                              650         มก.
เบต้า แคโรทีน                        0              มิลลิกรัม
ไทอะมีน                 1.08        มก.
ไรโบฟลาวิน                           0.11        มก.
ไนอะซีน                  3.3          มก.
 
ประโยชน์/สรรพคุณ
งาขาวใช้เป็นส่วนผสมของของหวาน เช่น กระยาสาดข้าวเหนียวแดง หรือใช้ตกแต่งขนมปังหรือขนมต่างๆรวมถึงใช้สกัดน้ำมันงาสำหรับใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้แก่ ใช้สำหรับทำอาหาร โดยยิ่งไปกว่านั้นของกินประเภททอดต่างๆ ใช้เป็นองค์ประกอบของอาหารเสริม  ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ดังเช่น ครีมสำหรับดูแลผิว น้ำหอม สบู่ ฯลฯ ใช้ในอุตสาหกรรมยา แล้วก็อาหาร ดังเช่น ใช้เป็นส่วนผสมสำหรับในการผลิตช็อกโกแลต การสร้างเนยเทียม เป็นต้น  ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์  ใช้ทารักษาแผล  ใช้ชโลมผม ช่วยให้ผมมันเงา ใช้ทารักษาโรผิวหนัง ผดผื่นคัน มีการทำการค้นคว้าในงาขาวพบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับถั่วเหลืองและก็ใช่แล้วพบว่า มีไขมันสูงขึ้นยิ่งกว่าถั่วเหลืองโดยประมาณ 3 เท่า รวมทั้งสูงขึ้นมากยิ่งกว่าไข่ โดยประมาณ 4-6 เท่า มีโปรตีนสูงกว่าไข่ประมาณ 5% แต่ว่าน้อยกว่าถั่วเหลืองราวๆ 2 เท่า ยิ่งไปกว่านี้โปรตีนในงาขาวยังแตกต่างจากพืชตระกูลถั่วและก็พืชให้น้ำมันอื่นๆเนื่องจากมีกรดอะมิโนที่จำเป็นจะต้องซึ่งพืชดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นขาด เป็นต้นว่า เมธไธโอนินรวมทั้งซีสตำหนิน แต่งาขาวมีไลซีนต่ำ โดยเหตุนั้นอาจใช้งาเป็นอาหารเสริมพวกของกินถั่วต่างๆเมื่อใช้เป็นอาหาร หรือใช้เสริมโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีราคาแพง ยิ่งกว่านั้นยังใช้เสริมของกินพวกเมล็ดพืช กล้วย และของกินแป้งอื่นๆได้เป็นอย่างดี
นอกนั้นเมล็ดงาขาวยังประกอบไปด้วย เกลือแร่ 4.1 – 6.5 % ที่สำคัญเป็น เหล็ก ไอโอดีน สังกะสี เซเลเนียม แคลเซียม และก็ธาตุฟอสฟอรัส โดยจะมีแคลเซียมมากกว่าพืชทั่วๆไปราว 20 เท่า ส่วนสรรพคุณทางยาของงาขาวนั้น ตำราเรียนยาไทยระบุว่า งาขาวมีรสฝาด หวาน ขม ทำให้น้ำดี กำเริบ น้ำมันใช้หุงเป็นน้ำมันใส่รอยแผลได้ดิบได้ดี การหุงน้ำมันจำต้องใช้งาสดตำคั้นเอาน้ำ โดยใช้น้ำคั้นใบและก็เถาตำลึง บอระเพ็ด ขมิ้นอ้อย  ไพล เอาน้ำมาอย่างละ 1 ถ้วย แล้วใส่น้ำมันงาลงไป 1 ถ้วย ตั้งไฟต้มไปกระทั่งเหลือ 1 ถ้วย เอาน้ำมันที่ได้ปรุงด้วยสีเสียดเทศและไทยสิ่งละนิดหนึ่ง หลอมตะกั่วนมให้ละลายเทลงในน้ำมัน แล้วเอาขึ้นหลอมอีกจนได้ 3 ครั้ง ทิ้งตะกั่วไว้ในนั้น ใช้น้ำมันใส่แผลจะช่วยรักษาแผลก้าวหน้ามากมาย
 ส่วนคุณประโยชน์ทางยาของงาขาวนั้น ตำราเรียนยาไทยกล่าวว่า สารเซซาไม่นในเมล็ดงาขาวสามารถลดระดับ LDL-cholesterol ในกระแสโลหิตของคน (ซึ่ง LDL-cholesterol เป็นสาเหตุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรค Athersclerosis (ไขมันอุดตันในเส้นเลือด)  บรรเทาอาการโรคคิดสีดวงทวาร (Hemmorhoids) ได้ โดยกรดไขมันในน้ำมันงา อาทิเช่น Linoleic acid , oleic acid , palmatic acid , stearic acid , สามารถทุเลาลักษณะโรคริดสีดวงทวารได้
ทั้งนี้มีการศึกษาวิจัยน้ำมันงาพบว่าน้ำมันงาเป็นแหล่งของสารอาหาร เช่น กรดไขมันโอเมก้า 6 ฟลาโวนอยด์ ฟลีนอลิค สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและเส้นใย ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการต้านโรคมะเร็ง รวมทั้งผลักดันสุขภาพ
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้ เช่นเดียวกับงาดำ เป็นสำหรับการนำงาขาวมาใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์ผลดีด้านอาหารและก็ผลิตภัณฑ์เสริมความงามมากกว่าด้านการรักษาโรคแต่ก็มีการเอาไปใช้ตามตำรายาไทยอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น

  • แก้ฉี่หรืออุจจาระขัด นำเมล็ดงา 20 – 30 กรัม หรือ 1 – 2 ช้อน ต้มแล้วนำน้ำมาดื่มในขณะท้องว่าง
  • ความดันโลหิตสูง เม็ดงาขาว น้ำส้ม  ซีอิ้ว รวมทั้งน้ำผึ้งอย่างละ 30 กรัม ผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง คนจะกว่าจะเข้ากันดี ต้มด้วยไฟอ่อนๆจนสุก กินวันละ 3 ครั้งเป็นประจำ
  • ทุเลาอาการไอแห้ง ไม่มีเสมหะ ให้นำเมล็ดงา 3 – 5 ช้อน ตำบดอย่างถี่ถ้วน ก่อนผสมกับน้ำตาล 2 ช้อน กิน หรือ นำผงเมล็ดงาชงน้ำร้อน รวมทั้งเดิมน้ำตาลดื่ม
  • บำรุงสมอง ตำราอายุรเวทให้ใช้งาผง 1 ส่วน ผงมะขามป้อม 1 ส่วน และน้ำผึ้ง 1 – 2 ช้อนชา เคล้าให้เหมาะ ปั้นเป็นลูกกลอนกิน
  • ยาอายุวัฒนะ (ญี่ปุ่น) ใช้ไข่ไก่ 1 ฟอง ชงด้วยน้ำร้อน เพิ่มน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และก็น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ขับพยาธิหมุด เม็ดงาขาว 50 กรัม เติมน้ำต้นจนได้น้ำข้นๆกรองเอาส่วนน้ำมาปรุงด้วยน้ำตาล ดื่มขณะท้องว่างครั้งเดียวให้หมด
  • เจ็บคอ คัดจมูก แพ้อากาศ ปวดเมนส์ นอนไม่หลับ ปวดหัว กินงับด 1 ข้อนชาก่อนนอน
การเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา การเล่าเรียนทางเภสัชวิทยาของงาขาวนั้นส่วนมากเป็นการศึกษาควบรวมไปกับงาดำ (ซึ่งเป็นการเล่าเรียนรวมกันทั้งงาขาว งาดำ) ด้วยเหตุดังกล่าวผลการศึกษาทางเภสัชวิทยาของงาขาวจึงดังงาดำ (มองการศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชของงาดำ) แม้กระนั้นผู้เขียนสามารถรวบรวมข้อมูลการเรียนรู้ทางเภสัชวิทยาของงามาเพิ่มได้อีก 2 ฉบับหมายถึง
                การเรียนรู้ฤทธิ์ลดความเป็นพิษจากนิโคตินของสารลิกแนนจากงาในหนูแรทผิวเผือกเพศผู้ที่ได้รับพิษจากนิโคติน โดยการฉีดนิโคตินทีละ 3.5 มก./กิโลกรัมน้ำหนักตัว เข้าใต้ผิวหนัง ต่อเนื่องกัน 15 วัน ร่วมกับการป้อนของกินที่มีส่วนผสมของสารลิกแนนจากงา ขนาด 0.1 หรือ 0.2 กรัมต่ออาหาร 100 กรัม ผลการค้นคว้าพบว่าสารลิกแนนจากงาช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ Low Density Lipoprotein cholesterol และ Very Low Density Lipoprotein cholesterol ช่วยเพิ่มปริมาณ High Density Lipoprotein cholesterol แล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงลดความเข้มข้นของผลิตผลจากการเกิดการเพอคอยกสิเดชั่นของไขมันที่มากขึ้นเนื่องจากว่าพิษของนิโคติน นอกนั้นยังพบว่าสารลิกแนนจากงาช่วยเพิ่มปริมาณ DNA แล้วก็คุ้มครองไม่ให้ DNA ในเนื้อเยื่อตับถูกทำลายด้วยนิโคตินได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง ชี้ให้เห็นว่าสารลิกแนนจากงาสามารถทุเลาความเป็นพิษของนิโคตินต่อการเกิดออกซิเดชั่นและความเป็นพิษต่อสารพันธุกรรมภายในร่างกายได้ และการเรียนทางสถานพยาบาลเรื่องฤทธิ์ของน้ำมันงาร่วมกับยาลดระดับความดันโลหิตสูง คนไข้ชายและหญิงที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระดับน้อยถึงปานกลาง คือมีค่าความดันเลือดตัวบน ≥ 140 มม.ปรอท รวมทั้งค่าความดันโลหิตตัวด้านล่าง ≥ 90 มม.ปรอท อายุ 35 – 60 ปี ปริมาณ 50 คน ได้รับยาเพื่อการรักษาเป็นยาขับเยี่ยว hydrochlorothiazide หรือ β-blocker atenolol มานาน 1 ปีกลายร่วมการศึกษา รวมทั้งยังคงได้รับยานี้ตามปกติตลอดการเล่าเรียนนี้ ผู้เจ็บป่วยจะได้รับน้ำมันงาเพื่อใช้ในการทำกับข้าวในครอบครัว 4 – 5 กิโลกรัม ต่อสมาชิกในครอบครัว 4 คน ต่อเดือน (ราว 35 ก./วัน/คน) รวมทั้งจำเป็นต้องใช้เฉพาะน้ำมันงาเพียงแค่ชนิดเดียวตลอด 45 วัน แล้วต่อจากนั้นหยุดกินน้ำมันงา ให้เปลี่ยนแปลงมาใช้น้ำมันที่เคยใช้อยู่เดิมอีก 45 วัน ทำการตรวจร่างกาย ความดันโลหิต น้ำหนักตัว, Body mass index (BMI), ระดับไขมัน อิเลคโตรไลท์ และก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในเลือด ก่อนจะมีการศึกษา หลังจากกินน้ำมันงา 45 วัน รวมทั้งภายหลังจากหยุดกินน้ำมันงา 45 วัน พบว่า การใช้น้ำมันงาแทนที่น้ำมันชนิดอื่นสำหรับการเข้าครัวในผู้เจ็บป่วยความดันเลือดสูง ทำให้ค่าความดันโลหิตตัวบนรวมทั้งตัวล่างกลับลงสู่ระดับธรรมดา น้ำหนักร่างกาย แล้วก็ BMI ต่ำลง แม้กระนั้นภายหลังหยุดใช้น้ำมันงานค่าดังกล่าวข้างต้นกลับสูงขึ้น ระดับคอเลสเตอรอล, high density lipoprotein cholesterol และ low density lipoprotein cholesterol ในเลือดไม่ต่างอะไรกันเมื่อประเมินผลทั้งยัง 3 ช่วงเวลาที่เรียน เว้นเสียแต่ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดต่ำลงเมื่อใช้น้ำมันงา และก็กลับสูงขึ้นเมื่อหยุดใช้น้ำมันงา ระดับโซเดียมในเลือดต่ำลงเมื่อใช้น้ำมันงารวมทั้งกลับสูงมากขึ้นเมื่อหยุดใช้น้ำมันงา   ระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงมากขึ้นเมื่อใช้น้ำมันงารวมทั้งลดน้อยลงสู่ค่าปกติเมื่อหยุดใช้น้ำมันงา การเกิด lipid peroxidation ลดลงเมื่อใช้น้ำมันงาและค่ายังคงเดิมภายหลังที่หยุดใช้น้ำมันงาแล้ว ระดับเอนไซม์ catalase และ superoxide dismutase ในเลือดสูงขึ้น และก็ glutathione peroxidase ในเลือดน้อยลง เมื่อใช้น้ำมันงาแล้วก็ค่ายังคงที่ภายหลังจากหยุดใช้น้ำมันงาแล้ว ระดับวิตามินซี วิตามินอี เบต้า-ค้างโรทีน และก็ reduced glutathione สูงมากขึ้นเมื่อใช้น้ำมันงาและก็ต่ำลงภายหลังจากหยุดใช้น้ำมันงา จากการศึกษาเล่าเรียนมีความหมายว่าน้ำมันงาสามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดการเกิด lipid peroxidation และก็เพิ่มฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระ ในคนป่วยความดันโลหิตสูงร่วมกับยาขับฉี่ได้
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา การเรียนทางพิษวิทยาของงาขาวเป็นการศึกษาเล่าเรียนควบรวมไปกับงาดำ (ซึ่งเป็นการศึกษาเล่าเรียนรวมกันอีกทั้งงาขาว งาดำ) ด้วยเหตุนั้นผลวิจัยทางพิษวิทยาของงาขาวจึงราวงาดำ (ดูการเล่าเรียนทางพิษวิทยาของ งาดำ)
 
อชี้แนะ/ข้อควรไตร่ตรอง

  • สำหรับเพื่อการกินงาขาวในบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เพราะมีสาร Sesamol ซึ่งจะทำให้เกิดอาการต่างๆดังเช่น ผื่นคัน คันจมูก หายใจลำบาก เปลือกตาและก็ริมฝีปากบวมแดง
  • การรับประทานงาขาวอาจก่อให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำเหลือเกินได้ในผุ้ทีมีความดันโลหิตต่ำ
  • ถ้าเกิดกินงาขาวมากจนถึงเหลือเกินอาจจะทำให้มีการระบายท้องมากจนเกินไปจนกระทั่งนำมาซึ่งอาการท้องเดินได้
  • ตำราเรียนจีน ห้ามใช้งานในคนที่ท้องร่วงเรื้อรัง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีตกขาว หรือ หากจะใช้ควรที่จะใช้ในขนาดน้อย การใช้เกิน 4 ช้อนโต๊ะต่อวัน อาจจะเป็นผลให้ท้องเดินได้
  • หนังสือเรียนอายุรเวท บอกว่า งา เป็นยาขับระดู การใช้ในสตรีมีท้องระยะต้น (1-3 เดือน) ในขนาดที่มากเกินความจำเป็น อาจจะส่งผลให้แท้งได้
เอกสารอ้างอิง

  • ชยันต์  พิเชียรสุนทร , แม้นมาส  ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์ 2542. คำอธิบาย ตำราพระโอสถ พรนารายณ์ สำนักพิมพ์ อมรินทร์ กุมภาพันธ์ 2548
  • มนตรา ศรีษะแย้ม , นาถธิดา วีระปรียากูร , พนมพร ศรีบัวรินทร์.ฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นในหลอดทดลองของเมล็ด งา ขาว ดำ และ แดง .วารสารสารเภสัชศาสตร์อีสาน.ปีที่ 10 .ฉบับที่ 2.พฤษภาคม – สิงหาคม 2557.หน้า 136-146
  • ปราณี รัตนสุวรรณ . งา ...ธัญพืชเมล็ดจิ๋วดินทรงคุณค่า.ภาควิชาเภสัชงาขาวและเภสัชพฤกษศาสตร์.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • กรมวิชาการเกษตร.2549.รายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาด้านพืชและเทคโนโลยีการเกษตร รอบ 12 เดือน.วันที่ 20 – 24 พฤศจิกายน 2549.
  • งาขาว สรรพคุณ และการปลูกงาขาว.พืชเกษตรดอทคอม.เว็บเพื่อเกษตรกรไทยนันทวัน บุณยะประภัศร (บรรณาธิการ) 2539.สมุนไพรพื้นบ้าน(1) คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย.กองโภชนาการ กรมอนามัย.2544
  • Bowden, Jonny. The 150 Healthiest foods on earth: The surprising, unbiased truth about what you should eat and why (PAP/COM). Fair Winds Pr,2007:309-310
  • สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ปีที่ 2 ฉบับที่ 23 ประจำเดือน กันยายน 2545 บริษัท สำนักพิมพ์ยูทิไลซ์ จำกัด
  • สารลิกแนน จากงาช่วยลดพิษของนิโคติน.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
  • งา,ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ฤทธิ์ของน้ำมันงาร่วมกับยาลดความดันโลหิตสูง.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.


Tags : งาขาว
Logged
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!