ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 




เช่าไฟสตูดิโอ เช่าไฟต่อเนื่อง ช่างภาพผู้หญิง รับถ่ายภาพsexy ภาพส่วนตัว


Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (Read 55 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
gggggg020202
สมาชิกใหม่
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 20


View Profile Email
« on: 06 กรกฎาคม 2018, 11:44:18 »


มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ส้มมะนาว (ภาคกึ่งกลาง),ส้มที่นาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่ขี้ตระหนี่ลยาน (กะเหรี่ยง กาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
สกุล  Rutaceae
ถิ่นเกิด เช้าใจกันว่ามะนาวเป็นพืชประจำถิ่นในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์เพราะผู้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้คุณประโยชน์จากมะนาวกันอย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย แต่ว่ามีการศึกษาและทำการค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่มั่นใจว่ามะนาวมีต้นกำเนิดในอินเดียทางเหนือ แล้วก็เขตเชื่อมต่อกับประเทศพม่า รวมถึงทางทางเหนือของมาเลเซีย (แต่น่าประหลาดที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) ปัจจุบันมีการปลูกมะนาวทั่วไปในเขตร้อน รวมทั้งเขตอบอุ่นครึ่งหนึ่งร้อนทั่วโลกเนื่องจากมะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ แล้วก็ทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดีมากว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มมีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลผสมเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากมายจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งไม่ค่อยเป็นระเบียบเรียบร้อย บนลำต้นและกิ่งไม้จะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีทั้งหนามสั้นรวมทั้งหนามยาวมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอมเหลือง ส่วนบริเวณปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบผู้เดียว คือมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างโดยประมาณ 3-6 ซม. ยาวโดยประมาณ 6-12 ซม.รูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบของใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นรวมทั้งมีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ดังนี้ขึ้นกับพันธุ์มะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางแทบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบข้างบนละเอียดเป็นเงาส่วนผิวใบด้านล่างค่อนข้างหยาบคายและก็มีสีจางกว่า เมื่อทำขยี้ใบจะมีกลิ่นแรง
                ดอกมะนาวบางทีอาจเกิดเป็นดอกผู้เดียวหรือช่อก็ได้ มีทั้งที่เป็นดอกบริบูรณ์และไม่สมบูรณ์ ดอกจะออกบริเวณซอกใบและก็ปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 ซม. กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบมีสีขาว แล้วก็ด้านท้องกลีบดอกอาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีปริมาณ 4-5 อัน ปริมาณกลีบในแล้วก็กลีบนอกมีจำนวนเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 ซม. ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้ล้นหลามถึง 20-40 อัน เชื่อมติดกันเป็นกรุ๊ป กรุ๊ปละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ราว 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างแตกต่างกันไปตามประเภทของจำพวก มีอีกทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ และรูปร่างกลม ที่ตูดผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยปกติมีขนาดความยาว 3-12 ซม. เปลือกมักษณะขรุขระ และมีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม บรรจุอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมยวนใจเม็ด ขนาดเล็กคล้ายรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ข้างในเมล็ดมีเนื้อเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกได้ดีในดินดูเหมือนจะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินปนทราย แม้กระนั้นหากต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญงอกงามดี มี ผลดก และก็คุณภาพดี ก็น่าจะปลูกลงในพื้นที่ที่เป็นดินซึ่งร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีสารอินทรีย์ผสม อยู่มากมาย และก็ควรที่จะทำการเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำได้หลายแนวทาง ดังเช่นว่า การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง แล้วก็การตำหนิดตา แต่ว่าแนวทางที่ได้รับความนิยมสำหรับในการขยายพันธุ์มะนาวเยอะที่สุดเป็น การตอนกิ่ง โดยมีวิธีดังนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินความจำเป็นและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดกิน ยาวราว 30-50 เซนติเมตร รวมทั้งมีเส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 0.5 เซนติเมตรขึ้นไป
  • ตัดหนามและก็ใบในบริเวณที่จะควั่นกิ่งออกโดยประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงแก่นไม้ห่างกัน 1-2 เซนติเมตร
  • ขูดเนื้อเยื่อรุ่งโรจน์ออกให้หมด
  • หุ้มห่อด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชื้นหรือใช้ตุ้มตอนเสร็จ ผูกเปาะหัวท้ายให้แน่น แล้วทิ้งไว้โดยประมาณ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนถึงอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงสีดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน แล้วก็เมื่อกิ่งที่ชำเดินรากได้ดีในถุงดำรวมทั้งแข็งแรงแล้วหลังจากนั้นก็ให้นำไปปลูกถัดไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม จัดแจงพื้นที่โดยการทำคันดินให้มีความกว้างโดยประมาณ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้พินิจจากจำนวนน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงขึ้นยิ่งกว่า แนวระดับอุทกภัย 50 ซม. แทงร่องหรือซอยร่องทำแต้มน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรจะไถลูกพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช รวมทั้งทำให้ดินที่ร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
กรรมวิธีปลูก
ควรปลูกเอาไว้ภายในช่วงต้นหน้าฝน ควรจะขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างแล้วก็ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยธรรมชาติ และก็ปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ชูถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงขึ้นยิ่งกว่า ระดับดินปากหลุมบางส่วน ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงทั้งยัง 2 ด้าน (ช้ายและก็ขวา) ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังไม่ให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินรอบๆโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักแล้วก็ผูกเชือกยึด เพื่อปกป้องลมพัดโยก หาวัสดุปกคลุมดินบริเวณโคนต้น เป็นต้นว่า ฟางข้าว หญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยอำพรางแสงแดด
การกระทำดูแลรักษา การให้น้ำ จะต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ ในตอน ที่ปลูกใหม่ๆควรจะให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างน้อย (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากปลูกราวๆ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และควรจะหา อุปกรณ์มาปกคลุมดินรอบๆโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น                ควรจะเริ่มงดเว้นให้น้ำ ตั้งแต่ช่วงมีนาคม เป็นต้นไป จนกระทั่งตอนออกดอก เพื่อมะนาวสะสม อาหารให้สูงถึงระดับซึ่งสามารถสร้างตาดอกได้ ธรรมดามะนาวจะมีดอก ม.ย.-เดือนพฤษภาคม ภายหลังมะนาวออกดอก และก็กำลังติดผลอ่อน เป็นช่วงๆที่มะนาวอยากน้ำมากมาย เพื่อใช้สำหรับการเจริญวัย ของผล

     ส่วนพันธุ์มะนาวที่มีการปลูกกันมากมายในไทย อาทิเช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาวเหมือนมะนาวหนัง เมื่อโตเต็มกำลังผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากกว่าชนิดอื่นๆเชิงพาณิชย์จะปลูกมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกหน้าแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มกำลังผลจะมีลักษณะกลมออกจะยาว มีเปลือกดก ทำให้รักษาผลตอบแทนนาน

องค์ประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากผู้กระทำลั่นผิวผล ปริมาณร้อยละ 0.3-0.4 มีสารต่างๆเช่น  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อเอามาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.27  องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆตัวอย่างเช่น  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.217 มก.
  • วิตามินบี 6 0.046 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 33 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.6 มก.
  • แมกนีเซียม 6 มก.
  • ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 102 มก.
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม ที่มา : Wikipedia
ประโยชน์/สรรพคุณ
น้ำมะนาวมีคุณค่าในการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสของกินไทยที่ขาดเสียไม่ได้ เป็นส่วนประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ตำส้ม ยำทุกประเภท ลาบและของกินไทยอีกอีกเยอะแยะ ต่างประเทศใช้มะนาวทั้งยังในอาหารคาวหวาน ดังเช่นว่า ในพายมะนาวของรัฐฟลอริด้า ประเทศอเมริกา
น้ำมะนาวเว้นแต่ใช้ปรุงรสเปรี้ยวในของกินหลาย จำพวกแล้ว ยังประยุกต์ใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และน้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีในประเทศไทย รวมทั้งต่างชาติทั่วทั้งโลก นอกเหนือจากนี้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์บางจำพวกยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆทิ่มไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยภายในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงปริมาณร้อยละ 7 น้ำมะนาวก็เลยมีคุณประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนผสมน้ำยาสำหรับทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจาน
นอกเหนือจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกได้แก่ หุงข้าวให้ขาวแล้วก็อร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวราวๆ 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูและก็นุ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดเหม็นคาวจากปลาเมื่อทำครัวและทำให้ปลาคงรูปไม่เหลว เมื่อใช้มีดผ่าหัวปลี มีดจะมีสีม่วงคล่ำ ล้างออกลำบาก นำมาทุ่งนาวที่ผ่าแล้วมาถูตามใบมีด จะช่วยทำให้มีดสะอาดอย่างเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ารับประทาน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งด้านลงไป จะช่วยทำให้กล้วยใส น่าอร่อยมากยิ่งขึ้น  มะนาว 2-3 ลูกใส่ด้านในถังข้าวสารช่วยคุ้มครองป้องกันมอดได้  ส่วนการเปลี่ยนแปลงรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ อย่างเช่น น้ำมะนาวประกอบอาหาร มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกของมะนาว แยมนะนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกของมะนาวสามรส เปลือกของมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกของมะนาวเชื่อม เปลือกมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนสรรพคุณทางยานั้นระบุว่า แบบเรียนยาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” ประกอบด้วย ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด รวมทั้งผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสมหะโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกจากนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้เริ่มแรก ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนเลือด (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณสำหรับการแก้ลมเวียนหัว แก้อาการหน้ามืด ลายตา ใจสั่น คลื่นเหียน อ้วก แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันกำหนดถึงสรรพคุณของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่นำไปสู่ความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบบ่อยบริเวณผิวเปลือกมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นส่วนประกอบหลักเกินกว่าปริมาณร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณสมบัติป้องกันและรักษาโรคมะเร็งหลากหลายประเภท
ชาวตะวันตกทั่วไปมักดื่มน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชตระกูลส้ม ดังเช่นว่า ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับข้าวเช้า น้ำผลไม้พวกนี้มีวิตามินซี และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ประกอบด้วยสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) และนาริงจิน (naringin) และก็ลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชตระกูลส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกรุ๊ปฟลาโม้นอย์ส้มนี้มีรายงานทางการแพทย์ตะวันตกว่าใช้เพื่อการรักษาไข้จับสั่น โรครูมาติสม์เรื้อรังและโรคเกาต์ ใช้สำหรับในการป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน คุ้มครองการตกเลือดหลังคลอด รวมทั้งช่วยทุเลาอาการระคายคอจากการต่อว่าดเชื้อรวมถึงโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีในอาหารไม่พอ ซึ่งอาจจะส่งผลให้มีอาการของโรคเกิดขึ้นข้างใน 8-12 สัปดาห์ คนเจ็บมักมีลักษณะคล้ายป่วยไข้ อ่อนเพลีย ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บกระดูก มีแผลฟกช้ำหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง กำเนิดโรคทางปริทันต์ เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์ปรวนแปร หรือมีภาวะกลัดกลุ้ม สำหรับประโยช์จากน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีงานค้นคว้าเมื่อนานมาแล้วที่ให้คนเจ็บโรคนี้กินส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าคนป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์และรวดเร็ว เมื่อเทียบกับคนป่วยอีกกรุ๊ปที่รับประทานอาหารประเภทอื่น นอกจากนี้ในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกคอ ก็เลยช่วยทุเลาลักษณะการเจ็บคอได้
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสลดใช้น้ำจากผลที่โตเต็มที่  เติมเกลือบางส่วน  จิบเป็นประจำหรือ จะทำน้ำมะนาวเพิ่มเติมเกลือรวมทั้งน้ำตาลเล็กน้อย           อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งเอาไว้ 5-10 นาที ดื่มแม้กระนั้นน้ำขณะมีลักษณะอาการ หรือหลังอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสลดได้รุ่งเช้าหลังตื่นนอน ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือบางส่วน) จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก และช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการกลาก เกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งเอาไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง แล้วก็ใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความสวย ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ชั่วประเดี๋ยว ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซึมซับให้แห้ง ทำสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าจะมองผ่องใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้เพื่อการแก้ไข้ทับเมนส์ ด้วยการเอาใบมะนาวราว 100 ใบมาต้มรับประทานช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวขัดถูที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การศึกษาทางเภสัชวิทยา การศึกษาสัตว์ทดสอบในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเครือญาติส้มกับหนูไขมันสูง มีผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดจำนวนไขมันรวมและก็ไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่กล่าวถึงมาแล้ว และก็มีผลลดความดันเลือดและก็ขับเยี่ยวในหนูความดันสูง การทดสอบในห้องปฏิบัติในแคนที่นาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นของฟลาโวนอยด์ส้มมีต้นเหตุจากผลการกระตุ้นการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับ ณ ตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอรอล (sterol regulatory element, SRE)
ในอเมริกา งานศึกษาเรียนรู้วิจัยในสัตว์ทดสอบพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกลุ่ม ได้แก่กลุ่มเฮสเพอริดิน แล้วก็กรุ๊ปโพลีเมโททอกซิเลตฟลาโวน (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดลอง ซึ่งช่วยเหลือผลที่ได้รับจากงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
สาธารณรัฐประชาชนจีน งานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยพบว่า ที่นาริงจิน รวมทั้งเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นหลักการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของกลูโคสแล้วก็ไขมันที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลัคอุดตันของหลอดเลือดแล้วก็กรรมวิธีอักเสบ ผลการศึกษาบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้มทั้งยัง 2 ชนิดแสดงผลลัพธ์ต้านทานการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) และก็ยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกเหนือจากนี้ สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน มีผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ฝาผนังหลอดเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน ก็เลยมีฤทธิ์ปกป้องการเกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจ เป็นเหตุให้ช่วยเหลือการกินมะนาว และฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงวัยทอง
งานศึกษาวิจัยหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิคุ้มกัน และโปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง การเรียนรู้ในห้องทดลองในรัฐเท็กซัสรวมทั้งแคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นพอควร แม้กระนั้นต่ำกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชเชื้อสายขิง มีบทความด้านการแพทย์กล่าวว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก กระเพาะอาหาร แล้วก็มะเร็งเต้านมจากการทดสอบในห้องทดลองและก็ในสัตว์ทดลองหลายอย่าง แม้กระนั้นยังไม่พบผลการศึกษาทางสถานพยาบาล
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังนี้  ฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย มีการวิจัยผลของน้ำมันหอมระเหยรวมทั้งสารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Bacillus cereus รวมทั้ง E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus และก็ Bacillus cereus สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii และ Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มก./มิลลิลิตร ไม่มีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis รวมทั้ง Streptococcus faecalis
การเรียนทางพิษวิทยา การทดลองความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/โลน้ำหนักตัว (เสมอกันกับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่พบความผิดแปลกใดๆเมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษแบบฉับพลันและก็ครึ่งเรื้อรัง แต่ว่าพบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/กก.น้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับมากขึ้นแต่ว่ายังอยู่ในช่วงธรรมดา และไม่พบความแปลกของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวมีผลยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  และการทดลองฤทธิ์ระคายโดยขั้นตอนการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวได้ผล positive
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรไตร่ตรอง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงบางทีอาจไม่ปลอดภัยในผู้ที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ซึ่งสามารถส่งผลให้ผิวหนังไวต่อแสงอาทิตย์อย่างยิ่ง โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มีผิวค่อนข้างขาว ภายหลังจากการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังควรต้องทาครีมที่มีไว้สำหรับป้องกันแสงแดดแล้วก็ใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันก่อนออกไปพบเจอกับแสงอาทิตย์
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจจะก่อให้เกิดท้องเดินหรือท้องร่วงได้ถ้ากินมากเกินความจำเป็น
  • ภายหลังดื่มน้ำมะนาว แล้วไม่ควรแปรงฟันทันทีเนื่องจากว่าอาจส่งผลให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • หากดื่มหรือรับประทานมะนาวเสมอๆรวมทั้งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานติดต่อกันอาจจะก่อให้ฟันผุร่อนได้
  • ผู้ที่มีสภาวะโลหิตจางไม่สมควรรับประทานมะนาว เพราะว่ารสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดนำไปสู่อันตรายได้
  • ยาบางชนิดที่จะถูกเปลี่ยนด้านในตับ โดยมะนาวอาจส่งให้ระยะเวลาสำหรับเพื่อการเปลี่ยนรูปของยากลุ่มนี้ต่ำลง การดื่มน้ำมะนาวขณะรับประทานยาบางจำพวกที่เปลี่ยนรูปในตับก็เลยอาจจะก่อให้ส่งผลข้างๆเพิ่มมากขึ้น เป็นต้นว่า ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ตรีอาโซแลม (Triazolam) ฉะนั้น ก่อนกินมะนาวควรขอคำแนะนำแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อนงค์ศิลป์การพิมพ์, 2524.
  • Ross SA, El-Keltawi NE, Megalla SE. Antimicrobial act
Logged
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!