ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 




เช่าไฟสตูดิโอ เช่าไฟต่อเนื่อง ช่างภาพผู้หญิง รับถ่ายภาพsexy ภาพส่วนตัว


Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: แนวทางเลือกหนังสือเด็กให้สมวัย  (Read 57 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
damonshoppu
สมาชิกขาประจำ
**
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 59


View Profile Email
« on: 08 กรกฎาคม 2018, 00:48:02 »


 
ไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าหนังสือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็ก ตั้งแต่ปี 2014 ธุรกิจหนังสือเด็ก เติบโตในอัตราที่สูงมากและทิศทางยังคงพุ่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เรามีตัวเลขรับรองความอะเมซิ่งของหนังสือกลุ่มนี้ได้ อย่างตลาดหนังสือเด็กในอังกฤษปี 2014 มีมูลค่า 332.2 ล้านปอนด์ มากขึ้น 7% ในปี 2015 แถมสูงขึ้นไปอีก 7% สู่ 379.5 ล้านปอนด์ในปี 2016
 
วิธีการเลือกหนังสือสำหรับเด็ก
 
แรกเกิด – 1 ขวบ
 
เด็กอ่อนที่ได้ฟังคนอ่านหนังสือให้ฟัง จะได้รับความเพลิดเพลินจากการได้ยินเสียงและก็มีความสุขจากการถูกอุ้มไว้ พ่อแม่ที่เริ่มอ่านหนังสือให้เด็กทารกฟังตั้งแต่กำเนิด มักอ่านตลอดจนถึงโต ทำให้เด็กโตขึ้นเป็นคนรักการอ่าน
การเลือกหนังสือให้เด็กแบเบาะ เมื่อเด็กแบเบาะอายุ 6 เดือน จะเริ่มสนใจหนังสือสีสดใส โดยเริ่มเอามือแตะต้องที่หนังสือ และก็ส่งเสียงคำราม หรือ จับหนังสือ โบกหนังสือไปๆมาๆ ฟาดหนังสือ เอาหนังสือเข้าปาก หรือ ส่งเสียงตื่นเต้น
 
หนังสือที่สมควร คือ หนังสือเล่มแข็งแรงทนทานที่มีรูปภาพสีแจ่มใส หรือ รูปเด็ก หนังสือบทกวี ช่วงเวลาที่บางบุคคลอาจชอบหนังสือที่คุณอ่าน แม้กระนั้นควรอ่านออกเสียงสลับกับการหยุดพูดคุยกับเด็กแรกคลอดเสมอๆตอนวัยนี้เด็กแรกคลอดยังไม่เข้าใจภาษา แต่ว่าชอบฟังเสียงต่างๆ
เมื่ออายุ 9 เดือน เด็กทารกเริ่มแสดงความต้องการของตัวเอง ตัวอย่างเช่น อยากกินอาหารเอง อยากถือหนังสือแล้วก็อ่านเอง ถ้าเกิดลูกไม่ยอมให้ท่านถือหนังสือ ให้ท่านเตรียมหนังสือให้ลูกถือเองเล่มหนึ่ง แล้วก็คุณถืออีกเล่มหนึ่ง อ่านในสั้นๆหาหนังสือให้ลูกไว้ถือเล่น เปิดเล่น หรือ ใช้ฟาดตามแต่ต้องการ
 
1-2 ขวบ
 
เมื่ออายุ 12-15 เดือน เด็กแรกเกิดอาจตั้งใจถือหนังสือกลับด้าน ช่วง 18 เดือน เด็กอ่อนอาจเปิดหนังสือจากข้างหลังมาด้านหน้า
วัยกระเตาะกระแตะส่วนมากรักการเคลื่อนไหว ส่วนคนที่ยังเดินมิได้ ชอบการโยก การจั๊กจี้ และการกอดตอนที่ฟังพ่อแม่อ่าน ส่วนเดินได้แล้ว บางทีอาจนั่งฟังได้นานเพียงแค่ 2-3 นาที แต่ยังชอบที่จะฟังไปเดินเล่นไปด้วย เด็กวัยนี้ชอบถือหนังสือเดินไปๆมาๆและก็เอามาให้ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง
เพื่อเลี่ยงการโต้เถียง ควรจะวางหนังสือไว้ในตำแหน่งที่ลูกถือออกมาและก็เก็บเข้าที่ได้เอง ควรจะวางหนังสือให้ลูกเลือกครั้งละ 3-4 เล่มเท่านั้น เพราะเหตุว่าหนังสือยิ่งมาก ยิ่งเลือกยากและคุณต้องเสียเวลาเก็บจากพื้นของห้อง ให้เข้าที่เก็บหนังสือเป็นเวลายาวนานมากขึ้น
เมื่ออายุ 18 เดือน เด็กเดินได้ชำนาญแล้ว กิจกรรมที่ชอบใจ คือ การถือหนังสือเดินไปทั่วๆแล้วก็ลูกเริ่มเรียนรู้แล้วว่า หนังสือเป็นสิ่งที่ใช้ในการเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ได้ โดยการเลือกหนังสือแล้วเดินไปนั่งที่ตักพ่อแม่ แล้วพูดว่า “อ่านให้ฟังหน่อย”
เมื่ออายุ 2 ขวบ ลูกเริ่มรู้เรื่องภาษามากขึ้น หนังสือช่วยให้รู้จักสิ่งต่างๆพ่อแม่ชี้รูปที่อยู่ในหนังสือรวมทั้งถามลูกว่าเป็นรูปอะไร รอคำตอบ และหลังจากนั้นก็ค่อยเฉลยคำตอบ หรือยกย่อง หากลูกตอบได้ถูก หรือถ้าหากลูกตอบไม่ถูก ให้สอนคำตอบที่ถูก
เด็กวัยนี้จดจำเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น หนังสือประเภทบทกลอน คำคล้องจองจะเหมาะสำหรับเด็กวัยนี้ อีกทั้งชอบสัตว์ทุกประเภท จำเป็นจะต้องหาหนังสือที่มีภาพสัตว์หรือภาพคน มีอักษรตัวโตๆมาอ่านให้ฟัง ควรจะเป็นหนังสือกระดานบุ๊คที่ทำจากกระดาษแข็ง คงทน เพราะเหตุว่าเปิดง่าย ควรปลดปล่อยให้ลูกได้ตรวจหนังสือ และกลับหน้ากระดาษเอง โดยพ่อแม่แสดงแนวทางเปิดหน้าหนังสือที่ถูกให้ดูก่อน ไม่ช้าเจ้าตัวเล็กจะคว้าหนังสือมากลับดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือไม่ก็ทำท่าอ่านหนังสือให้ตุ๊กตาตัวโปรดฟัง
 
2-3 ขวบ
 
ตอนวัย 2-3 ขวบ ลูกสามารถใช้ภาษาติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆได้อย่างเข้าใจและก็ดีมากขึ้น พูดเป็นประโยคสั้นๆได้แล้ว และมีความมั่นใจในตัวเองมาก อยากทำทุกๆอย่างด้วยตนเอง อาทิเช่น รับประทานข้าวเอง แต่งตัวเอง เลือกเสื้อผ้าเอง
 
วัยนี้เป็นวัยที่เด็กๆกำลังเข้าเตรียมอนุบาล เป็นวัยที่มีการปรับนิสัยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของวินัยแล้วก็การช่วยเหลือตัวเอง ควรจะหาหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับสิ่งรอบข้างและก็กิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อย่างเช่น การแต่งตัว การแปรงฟัน และการเข้าห้องน้ำ การมีวินัย การทำดี ส่งเสริม IQ, EQ, MQ ได้แก่ บึ้กซ่าขี้โมโห กุ๋งกิ๋งปวดฟัน หนูไม่เคยลืม อื่นๆอีกมากมาย มาอ่านกับลูกๆเพราะเหตุว่าการสอนที่ให้เด็กได้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม แถมยังสนุกสนานแบบนี้ จะก่อให้เขามีการเรียนรู้ได้ดีกว่าการถูกเตือนหรือถูกอบรมสั่งสอนในเวลาที่ตัวเขาเองทำผิดเป็นไหนๆ
 
4-6 ขวบ
 
วัยนี้มีจินตนาการเลิศล้ำ มั่นใจว่ามีคาถาวิเศษ เชื่อว่าความสุขทำให้ดวงตะวันส่งแสง หรือ ซานตาคลอสมีจริง เพราะฉะนั้นเด็กวัยนี้จึงชอบการอ่านนิทาน วิธีสนุกกับการอ่านหนังสือให้ลูกวัยนี้ ทำได้โดย
 
- มีหนังสือเอาไว้ในทุกแห่งในบ้าน อาทิเช่น ห้องรับแขก ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องนอน
- จัดเวลาก่อนนอนหรือตอนเช้าหลังตื่นนอน ตรงเวลาอ่านหนังสือร่วมกัน
- หยุดอ่าน เมื่อคุณหรือลูกต้องการหยุด (ลูกหลับหรือไม่ตั้งใจฟัง)
- จำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ เนื่องจากว่าการดูโทรทัศน์ทำลายจินตนาการของเด็ก และก็ทำให้ไม่ว่างเหลือสำหรับเพื่อการอ่านหนังสือ
- พาลูกไปห้องหนังสือ แทนที่จะพาไปเดินห้าง
- ให้ลูกมีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการอ่าน อย่างเช่น ถามความเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือตัวละคร
- ทดลองให้ลูกช่วยคุณแต่งนิทานแล้วก็อ่านร่วมกัน
 
ช่วงวัยนี้เป็นตอนขณะที่โลกใบเล็กของลูกขยายกว้างจากรั้วบ้านออกไปสู่สังคมข้างนอก นอกจากการส่งเสริมประสบการณ์ในบ้าน ที่พ่อแม่สามารถใช้กิจวัตรประจำวันเป็นหนทางในการสอนอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว พ่อแม่ยังต้องเตรียมพร้อมให้ลูกมีทักษะในการช่วยเหลือตัวเองเยอะขึ้น เพื่อจะดำเนินชีวิตในสังคมโรงเรียนได้เป็นอย่างดี
 
6 ขวบขึ้นไป
 
วัยนี้ก็คือเด็กวัยประถมนั่นเอง เด็กวัยนี้เริ่มอ่านหนังสือได้เองแล้ว แล้วก็มีช่วงความสนใจนานขึ้น โดยเหตุนี้ หนังสือที่เด็กๆในวัยนี้จะเริ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ หนังสือที่เกี่ยวข้องกับความรู้รอบตัวนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โลกใต้ทะเล อวกาศ อื่นๆอีกมากมาย
การอ่านออกเสียงให้ลูกฟังยังทำได้ในเด็กวัยนี้ เพราะว่าเป็นการช่วยทำให้คุณแล้วก็ลูกได้มีเวลาที่มีความสุขร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์เหนียวแน่น ลดความตึงเครียดจากข้อคิดเห็นที่ขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อลูกโตขึ้น
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยให้ลูกสนใจอ่านหนังสือที่ยากเกินความสามารถของเขา จวบจนกระทั่งจะถึงวัยที่เขาเริ่มอ่านได้ด้วยตัวเอง และก็ยิ่งช่วยมากขึ้น แม้ลูกเป็นเด็กที่มีปัญหาสำหรับการอ่าน เพราะว่าเด็กแต่ละคนมีความรู้ความสามารถในการอ่านเอง ช้าเร็วแตกต่างกัน บางบุคคลอ่านก้าวหน้าตั้งแต่ประถมหนึ่ง แม้กระนั้นบางบุคคลอาจช้าไปอีกสองปี แม้ว่าจะมีความฉลาดเท่ากันก็ตาม เด็กที่อ่านได้ช้ากว่า ถ้ามีพ่อแม่รออ่านหนังสือให้ฟัง อาจช่วยให้เขารักแล้วก็เป็นสุขกับการอ่าน
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยพัฒนาความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการฟัง ควรอ่านและก็หยุดเพื่อสนทนาเกี่ยวกับเนื้อเรื่องให้ลูกเข้าใจ เป็นภาษาที่ลูกเข้าใจได้ง่าย รวมทั้งมีการถามเพื่อให้ลูกตอบ และให้ลูกลองเดาเรื่องราวตอนต่อไป
 
นิทานอีสป
 
อีสป (Aesop) เป็นนักเล่านิทานหรือนักเล่าเรื่องชาวกรีกโบราณ ซึ่งนับว่าเป็นเจ้าของนิทานจำนวนหนึ่งซึ่งปัจจุบันรู้จักกันรวมๆว่า นิทานอีสป ถึงแม้ว่าการยังคงอยู่ของเขาจะยังไม่กระจ่าง และไม่มีงานเขียนของเขาเหลือรอดมาเลย (หากมี) แม้กระนั้นนิทานมากมายซึ่งถือได้ว่าของเขาถูกรวบรวมตลอดหลายศตวรรษในหลายภาษาในประเพณีการเล่าเรื่องซึ่งดำเนินมาจวบปัจจุบัน นิทานหลายเรื่องใช้สัตว์หรือวัตถุไม่ใช่สัตว์ที่สามารถพูด จัดการกับปัญหา แล้วก็โดยทั่วไปมีคุณลักษณะอย่างมนุษย์
รายละเอียดชีวิตของอีสปที่กระจัดกระจายสามารถเจอได้ในแหล่งข้อมูลโบราณ รวมทั้งอริสโตเติล เฮโรโดตัส และก็พลูทาร์ก งานวรรณกรรมโบราณชื่อ The Aesop Romance เล่าชีวิตอีสปเป็นตอนๆรวมทั้งอาจเป็นฉบับที่เป็นนิยายอย่างสูง ซึ่งรวมถึงคำอธิบายเขาแต่เดิมว่าเป็นทาสที่น่ารังเกียจสะดุดตา ซึ่งได้รับอิสรภาพของตนมาด้วยความฉลาด และก็กลายเป็นผู้ถวายคำชี้แนะแด่กษัตริย์ และก็นครรัฐต่างๆประเพณีสมัยหลัง (ซึ่งมาจากยุคกลาง) พรรณนาอีสปว่าเป็นชาวเอธิโอเปียผิวดำ
 
ตัวละคร นิทานอีสป?
ตัวละครของนิทานอีสป ชอบเป็นสัตว์ที่เป็นตัวชูโรงโดยสัตว์จะทำรวมทั้งคุยเสมือนคน แต่ว่าจะรักษารูปแบบของสัตว์จำพวกนั้นๆไว้ ได้แก่ เสือดุร้าย ลาโง่เฉื่อย หมาป่าหัวหมอ
จุดเด่น นิทานอีสป?
นิทานอีสป เป็นเรื่องราวที่โด่งดังแล้วก็ให้ความบันเทิงที่ดีสำหรับเด็ก นิทานหรือเรื่องราวทั้งหมดที่สั้นมากๆเพื่อให้เด็กมีความสนใจ แล้วก็มีสัตว์เป็นตัวเอกของเรื่องซึ่งสัตว์ที่รักของเด็กๆ
 
การเปรียบเทียบของนิทานอีสป
ตัวละครส่วนใหญ่ของอีสปเป็นสัตว์ เขาเปรียบให้ สุนัขจิ้งจอก ชอบเป็นคนเจ้าเล่ห์ สิงโตหรือราชสีห์ ชอบหมายถึงเป็นผู้แทนของผู้มีอำนาจ คนบุญบารมีมาก ผู้ดูแล หนููเป็นผู้ต้อยต่ำ ลา ชอบหมายถึงผู้ที่ด้อยปัญญา ฯลฯ
 
การฝึกทักษะการลากเส้นต่อจุด
 
เพื่อฝึกฝนสมาธิแล้วก็การสังเกตให้กับลูก ควรเริ่มจากการลากเส้นต่อจุดจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจและก็สนุกสนานกับแบบฝึกหัด โดยเรามีแนวทางง่ายๆมานำเสนอ
 
1. วางหนังสือให้ตรง ห้ามหมุนหนังสือ เพื่อฝึกฝนให้เด็กได้ขีดเส้นหลายทิศทาง
2. ห้ามใช้ไม้บรรทัด เพื่อฝีกการควบคุมการเคลื่อนของนิ้วมือ
3. เมื่อฝึกฝนแรกๆให้ขีดเส้นจุดต่อจุด เมื่อฝึกจนชำนิชำนาญให้แล้วขีดเส้นจาก จุดเริ่มต้นไปถึงจุดจบ
4. ควรจะลบให้ต่ำที่สุด เพื่อฝึกหัดให้พิจารณาตำแหน่งให้ดีก่อนขีดเส้น
5. บรรยากาศสำหรับการทำควรจะสดชื่น แจ่มใส ให้เด็กทำเท่าที่ต้องการทำ ทำวันละนิด แต่เน้นในเรื่องคุณภาพของเส้นไม่เน้นจำนวน และไม่ควรจะเคี่ยวเข็ญ บังคับเพราะเด็กจะเบื่อ และไม่อยากทำ
6. ควรจะให้เด็กทำด้วยตัวเอง ไม่ควรช่วยเด็กทำผู้ปกครองเพียงแต่ให้กำลังใจ รวมทั้งยกย่องเพียงแค่นั้น ถ้าเกิดเด็กยังทำไม่ได้ผู้ดูแล ควรจะให้เด็กได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือการสังเกต การใช้กล้ามมือ แล้วก็การผสานสัมพันธ์ของตา และก็มืออย่างเสมอ และเสนอแนะการลากเส้นตามขั้นตอนข้างต้น



5 หนังสือเด็ก ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. 100 สุดยอดนิทานอีสปแสนสนุก ฉบับ ภาษาไทย+MP3
พบกับเรื่องราวสนุก ๆ ชิงไหวพริบ และมิตรภาพอันน่าประทับใจของเหล่าสัตว์ป่า คัดสรรมาจากนิทานเรื่องเด่นของ "อีสป" นักเล่านิทานระดับโลก เช่น มดกับนกพิราบ กระต่ายป่ากับเต่า สิงโตกับหนู หมากับเงา เด็กเลี้ยงแกะ หมาหางด้วน อึ่งอ่างกับวัว หมาจิ้งจอกกับนกกระสา แม่ห่านกับไข่ทองคำ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สร้างความประทับใจให้แก่คนทั่วโลกมาแล้วทุกยุคทุกสมัย สอดแทรกคำถามชวนคิด ช่วยให้น้องๆ ฝึกคิดแบบสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเป็น ความรู้น่าทึ่งของเหล่าสัตว์โลก ที่จะทำให้น้องๆ ประหลาดใจและได้รู้ความรู้ไปพร้อมกัน ตลอดจนมีซีดีเสียงนิทาน ฟังสนุกทุกเรื่อง ฟังเพลินทุกเวลา
คำถามชวนคิดช่วยให้น้องๆ ฝึกคิดแบบสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเป็น ความรู้น่าทึ่งของเหล่าสัตว์โลก ที่จะทำให้น้องๆ ประหลาดใจและได้ความรู้ไปพร้อมกัน ซีดีเสียงนิทาน ฟังสนุกทุกเรื่อง ฟังเพลินทุกเวลา
 
2. ชุด นิทานพัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) 4 เล่ม
หนังสือนิทาน 1 เล่ม สามารถส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้มากกว่า 1 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา หนังสือนิทานจึงเป็นสื่อสำคัญในการพัฒนาภาษา ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนทักษะต่างๆ นอกเหนือจากการจรรโลงจิตใจให้เบิกบาน และการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน อันเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดอ่านได้ 2 ด้าน (2 ภาษา อังกฤษ-ไทย)
 
3. ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ อายุ 4 ปี รูปทรงหรรษา+Sticker
"ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ รูปทรงหรรษา สำหรับเด็กอายุ 4 ปี" เล่นนี้ เน้นกิจกรรมการแยกแยะรูปทรง การจับคู่ และการรวมรูปร่างรูปทรง ฯลฯ ซึ่งการฝึกฝนให้เด็ก ๆ คิดวิเคราะห์เรื่องรูปร่างรูปทรงนั้น จะค่อยๆ พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน จากรูปธรรมไปหานามธรรม และจากรูปทรงสามมิติไปหารูปทรงสองมิติ ถึงเวลาแล้วที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องรูปร่างรูปทรงอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นการให้เด็กๆ ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างตั้งใจ และแบ่งปันความรู้ รวมทั้งความสำเร็จในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน
ค้นหาคำตอบตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงที่ซับซ้อนขึ้น ฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ล้อรถกลมๆ ที่แล่นอยู่บนท้องถนน หลังคาบ้านมุมแหลม ตู้ไปรษณีย์สี่เหลี่ยม พระจันทร์เสี้ยว สัญลักษณ์เครื่องหมายบวก ดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ และสิ่งของที่เด็กๆ พบเห็นได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ล้วนมีรูปร่างรูปทรงซ่องอยู่มากมาย การที่เด็กๆ รู้จักชื่อของรูปร่างรูปทรงและสามารถแยกแยะรูปร่างรูปทรงของสิ่งต่างๆ ได้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงควรได้รับการฝึกฝน และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งของต่างๆ รอบตัวทั้งที่บ้านและโรงเรียน เช่นลูกบอล กล่อง บล็อกไม้ เป็นต้น
 
4. จับคู่ลับสมอง ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ (อายุ 5 ปี)
"ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ จับคู่ลับสมอง สำหรับเด็กอายุ 5 ปี" เล่มนี้ มีคำถามให้เด็กๆ ได้คิดวิเคราะห์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เกมเขาวงกต การติดสติกเกอร์ การลากเส้นจับคู่ การระบายสี เพื่อไม่ให้เด็กๆ เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยดึงดูดให้เด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งการจับคู่ ที่ทำให้เพวกเขารู้สึกว่ากำลัง "เล่น" ไม่ใช่กำลัง "เรียน"
ขณที่เด็ก ๆ กำลังคิดหาคำตอบ ควรจะให้เวลาพวกเขาอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเร่งให้พวกเขาตอบคำถาม เพราะจะเป็นการปิดกั้นโอกาสในการคิดของเด็ก ๆ แต่อาจจะแนะนำหรือชี้แนะแนวทางในการตอบคำถามให้เด็กๆ บ้าง เมื่อสมองส่วนซีรีเบลลัมได้ทำการคิดวิเคราะห์ จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้เด็กๆ ไปอีกหนึ่งขั้น
แยกแยะประเภทและปริมาณของสิ่งต่างๆ แล้วนำมาคิดวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ "การจับคู่" หมายถึง การหาสิ่งที่มีลักษณะเด่นสอดคล้องกันมาเข้าคู่กัน นอกจากจะนำสิ่งที่เหมือนกันมาจับคู่แล้ว ยังรวมไปถึงการจับคู่ความสัมพันธ์หรือตัวเลขอีกด้วย กิจกรรมการจับคู่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจความหมายของ "มูลค่าที่เท่ากัน" ช่วยพัฒนาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ดังนั้นการจับคู่จึงเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคตที่จะมองข้ามไม่ได้ ลงมือทำแบบฝึกหัดจับคู่ ใน "จับคู่ลับสมอง" เล่มนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต
 
5. ลากเส้นลีลามือ พื้นฐาน
แบบฝึกเตรียมความพร้อม ลากเส้นลายมือและระบายสี สำหรับฝึกบังคับกล้ามเนื้อมือ และทักษะการขีดเขียนลากเส้นตามเส้นประ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ฝึกเตรียมความพร้อมเพื่อเสริมทักษะการเขียนสำหรับเด็กวัย 2 ปีขึ้นไป
 
Logged

รับโปรโมทเว็บ
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!