ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 




เช่าไฟสตูดิโอ เช่าไฟต่อเนื่อง ช่างภาพผู้หญิง รับถ่ายภาพsexy ภาพส่วนตัว


Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (Read 63 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
damonshoppu
สมาชิกขาประจำ
**
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 95


View Profile Email
« on: 13 กรกฎาคม 2018, 02:37:55 »


 
วรรณกรรม คือ วรรณคดีหรือศิลปะ ที่เป็นผลงานอันเกิดจากการคิด และจินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับร้อง หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่างๆโดยทั่วไปแล้ว จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 ชนิด คือ วรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้เขียนบันทึก
 
เพราะเหตุนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติความเป็นมา นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ตลกขบขัน เรื่องสั้น นิยาย เพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้รู้เรื่องระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสารได้แก่
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข เครื่องหมาย แล้วก็ภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาอาการ หรือประกอบเครื่องไม้เครื่องมืออันอื่น
 
ความงามหรือศิลป์สำหรับเพื่อการใช้ภาษาขึ้นกับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนแล้วก็ เหมาะสมกับเวลา โอกาส และก็บุคคล นอกจากนี้ ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม ไพเราะ หรืองดงามได้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บอกถึงวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงและก็ยึดมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า คนเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนี้ (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยตอนนี้นั้นแปลว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมเดี๋ยวนี้นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่สมัย รัชกาล ที่ 5 พุทธศักราช 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พุทธศักราช 2553)
 
วรรณกรรมประเภทร้อยแก้วในปัจจุบันจะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย นิทาน บทละคร สารคดีอย่างเช่น บทความ หนังสือ วิชาการ งานวิจัย อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมประเภทร้อยกรองเดี๋ยวนี้เป็นวรรณกรรมที่ไม่เหมือนกับเดิมเป็นเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นในเรื่องวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นในเรื่องเรื่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาแต่ว่าเน้นเรื่องของการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดแก่ผู้อ่านมากกว่า อย่างเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 จำพวก เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงรายละเอียด เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นข้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส สอดคล้อง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน รวมทั้ง ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม บางทีอาจเปรียบเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งก็คือการเขียนหนังสือจะเป็นเนื้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ อาทิเช่น ใจความที่เขียนตามใบปลิว ป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนกระทั่งบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกจำพวก อาทิเช่น หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็ถือเป็นวรรณกรรมทั้งนั้น จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถทำให้ทราบถึงคุณประโยชน์มากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นอยู่กับ วรรณศิลป์ คือ ศิลปะสำหรับในการเขียนหนังสือนั้นเป็นหลัก หากวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็อาจได้รับเชิดชูว่าเป็น วรรณคดี อย่างไรก็ดีการที่จะระบุว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรเป็นวรรณคดีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงตอนที่เขียนหนังสือนั้นยาวนานเหมาะสมด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าคุณประโยชน์ของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือเปล่า เพราะเหตุว่าอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงบางช่วงเพียงแค่นั้น ฉะนั้นอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง พูดอีกนัยหนึ่ง เป็นวรรณกรรมที่พิจารณาและตกแต่งให้ประณีตและวิจิตรบรรจง มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นคุณประโยชน์ของการประพันธ์ หรือจะกล่าวคือ วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่มีความจำเป็นที่ต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือ ที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความคิด ประสบการณ์แก่คนอ่าน ซึ่งอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความเพลิดเพลิน รื้นเริง ร่าเริงแก่นักอ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวและก็ผู้แสดง
 
 
 

 
10 หนังสือขายดี วรรณกรรมหรือนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จะต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับมาเกิดใหม่ย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่แล้วก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนพึ่งครองราชย์ครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงทราบดีว่ามันช่างน่าเบื่อ แค่ไหนกับการจำเป็นต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่จำเจแบบนี้ แต่ว่าในชาติที่ห้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญกับชีวิตของเขาเยอะขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ตลก และซาบซึ้งน้ำตาซึม เหตุการณ์อะไรบางอย่างที่หล่นหายไป ความรู้ความเข้าใจของตัวเอก การจัดการและการมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมาเกิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือเปล่า มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" รวมทั้งประทับใจกับความน่ารักน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ชั่วชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักทายชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้โชคชะตาของพวกเขามีอันจะต้องพลิกผัน แต่ครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะทำให้ใบหน้าแล้วก็เสียงของเขาเปลี่ยนแปลง แต่เธอยังคงจำเขาได้ เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่มีความจำของชาติปางก่อน แต่ว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และการต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ ใกล้ชิดกัน ชั่วชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความมั่งคั่งหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองหนุ่มสาว การแย่งชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
ได้โอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นขุนนางคนอื่นๆคงเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับขุนนางทั่วๆ ไป แทนที่จะดีใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เงียบๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จำเป็นต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แต่ข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะเข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แม้กระนั้นอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูวิวัฒนาการ ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบมองความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างแดน หรือที่ที่พวกเราไม่รู้จัก คนแก่ชอบเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บนั่นเก็บนี่กลับมา เนื่องจากบางครั้งก็อาจจะเป็นของเลอะเทอะ เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่เราไม่รู้เรื่องและก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ว่า "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อการเตือนประเภทนี้นัก นางไม่ตั้งใจเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากว่าเด็กบาดเจ็บแล้วก็ตัวคนเดียว นางจึงนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้นักอ่านคงเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะสร้างเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายจำพวกกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือไม่ แต่มันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ แล้วก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกรอบ เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาถูกจับแต่งงาน! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่แอบร้าย และก็เล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างสม่ำเสมอร้ายแบบซื่อๆจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแต่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ว่ายังช่วยทำให้เมิ่งถิงเอาตัวรอดมาได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี และก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่ว่าอย่ารู้สึกว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดโต้ตอบไม่ทัน แต่ศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตนเองตายไปซะก่อนด้วยเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งจะยี่สิบก็สอบได้อันดับที่หนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง ขณะนี้ครองตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ละเอียดลออก็แค่กับเรื่องอาหารเพียงแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ ไม่พูดไม่จาพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ รากฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งผู้บัญชาการของถังฟั่่นและศิษย์พี่ เพราะว่ามีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขี้กลาดตาขาว เกรงอิทธิพล แค่เพียงรักความสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เมิ่งถิงก็เลยเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่ารัก กับพระเอกไทป์ alpha
Logged

รับโปรโมทเว็บ
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!