ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 




เช่าไฟสตูดิโอ เช่าไฟต่อเนื่อง ช่างภาพผู้หญิง รับถ่ายภาพsexy ภาพส่วนตัว


Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: รากเหง้า Huawei P Series  (Read 7 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
mmhaloha
สมาชิกระดับเทพ
*
Online Online

Gender: Male
Posts: 1,950


View Profile Email
« on: 07 ธันวาคม 2018, 03:35:18 »

ถ้ากล่าวถึง Huawei ประเภท P Series ตัวแรกที่คิดถึงเลย ก็น่าจะหลีกเลี่ยงไม่พ้น Huawei P9 เพราะช่วงที่เปิดตัวรุ่นนี้ออกมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559 จัดว่าเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะว่าความเป็นกล้องคู่ที่ได้รับการผสานของเทคโนโลยีที่เข้าร่วมพัฒนากับ LEICA จึงเป็นเหตุให้ Huawei P9 ที่สามารถถ่ายรูปที่มีรายละเอียดสูงได้อย่างสวยงาม และยังได้รับความชื่นชอบอยู่ในปัจจุบัน วันนี้ผมจะพาไปย้อนรอยเรื่องกล้องของ Huawei P9 อีกครั้ง ไปดูกันครับ
 
 Huawei P9 มีกล้องข้างหลัง 2 กล้องที่ทาง Huawei ได้ร่วมแรงร่วมใจกับทาง LEICA ซึ่งเป็นบริษัทกล้องถ่ายรูปขั้นตำนานมาร่วมออกแบบกล้องถ่ายภาพให้กับทาง Huawei P9 โดยบริเวณกล้องข้างหลังจะมีข้อความกำกับไว้ว่า LEICA ซึ่งล่าง LEICA จะเขียนไว้ว่า Summarit H 1:2.2/27 APSH ซึ่ง Summarit เป็นการแสดงช่วงขนาดรูรับแสงของเลนส์ LEICA ส่วนเลขต่อท้าย 1:2.2 คือเลนส์มีรูรับแสงขนาด 2.2 และเลข 27 คือทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 27mm ซึ่งถือเป็นระยะที่ให้มุมกว้างที่พอดีเลยเชียว
 
 โดยกล้องถ่ายรูปตัวแรกของ Huawei P9 เป็นกล้องที่มีเซนเซอร์รับภาพสี (RGB) ในขณะกล้องตัวที่ 2 จะเป็นกล้องถ่ายภาพที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพขาว-ดำ (Monochrome) ซึ่งให้ภาพที่คมชัดกว่า สามารถรับแสงได้มากกว่าปกติ และการที่รับแสงได้มากกว่า นั่นหมายความว่าปริมาณ noise ที่น้อยกว่านั่นเอง จึงได้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ดีกว่า แต่กล้องถ่ายรูปทั้งสองตัวก็มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดพิกเซล 1.25 ไมครอน, ไฟแฟลช LED แบบ Dual-Tone และระบบการโฟกัสภาพแบบ Hybrid Autofocus แบบเดียวกันเลย อีกอย่างแม้ว่าจะแบ่งแยกเป็นกล้องถ่ายภาพ RGB กับ กล้อง Monochrome แต่กล้องถ่ายรูปทั้งสองตัวจะทำงานด้วยกันอยู่แล้ว จึงทำให้ภาพที่ได้มีสีสัน และรายละเอียดในส่วนสีขาว-ดำกระจ่างมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพทั่วๆ ไป รวมทั้งสามารถปรับโฟกัสหลังจากทำการถ่ายรูปได้ด้วยเหมือนกัน

 ส่วนกล้องถ่ายรูปหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง 2.4 ซึ่งก็ยังนับว่ายังทำออกมาได้ดีแม้จะไม่ใช่ LEICA แล้วก็ตาม และสามารถปรับระดับความฟรุ้งฟริ้งกิงก่องแก้ว หรือ Beauty Mode ได้ถึง 10 ระดับเลยทีเดียว ที่สำคัญคือกล้องถ่ายรูปหน้าของ Huawei P9 สามารถวัดแสงและชดเชยออกมาได้ค่อนข้างจะสว่าง หน้าขาวใส ถ้าหากใครที่ชื่นชอบเซลฟี่ ก็ไม่ควรพลาด ยิ่งกว่านั้นยังสามารถถ่ายได้แม้ในที่ความสว่างน้อย ก็ยังทำได้ดีอีกเช่นกัน ตัวอย่างเช่นคุณไปงานฉลองยามค่ำคืน แต่ต้องการเซลฟี่ ท่านก็สามารถถ่ายได้ทุกที่ โดยไม่ต้องมองหาแสงจากที่ไหน เพราะว่าจอของ Huawei P9 จะส่องสว่างโดยทันทีที่คุณลั่นชัตเตอร์ ซึ่งทำงานราวกับแฟลชด้านหน้าเลยเชียว
 
 และหากว่าล้วงลึกไปทีละโหมดการใช้งาน ก็คงจะเริ่มที่โหมดออโต้ ซึ่งเป็นโหมดที่ใช้งานง่ายที่สุด เนื่องจากแค่เพียงยก Huawei P9 ขึ้นมาแล้วกดชัตเตอร์เท่านั้น เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยอยากปรับอะไรมาก หรือผู้ที่หัดถ่ายรูป แต่อยากได้รูปถ่ายที่สวยงาม โหมดออโต้ก็สามารถตอบโจทย์ส่วนนี้ได้ดี ถัดมาเป็นโหมดโปร เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการถ่ายภาพอยู่บ้าง โดยท่านสามารถเลือก ISO / WB / Shutter Speed แต่ไม่สามารถปรับรูรับแสงได้ ซึ่งตัวเครื่องจะกำหนดพื้นฐานที่ 2.2 และในโหมดโปรสามารถเลือกบันทึกภาพเป็นแบบ raw file ได้ด้วย ถ้าหากใครต้องการนำไปแต่งในโปรแกรมต่างๆ ต่อ แต่ก็ไม่ได้มีอานุภาพในการแต่งเยอะมากมาย ด้วยขีดจำกัดเรื่องขนาดเซนเซอร์นั่นเอง
 
 ถัดมาเป็นโหมดขาว-ดำ ในกล้อง Monochrome ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาระสำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นยี่ห้อเริ่มแรกที่มีกล้องถ่ายภาพสำหรับถ่ายขาวดำโดยเฉพาะซึ่งจะสามารถเก็บรายละเอียดปลีกย่อยความต่างแสง (Dynamic range) ได้มากกว่าถ่ายแบบสี ซึ่งได้ภาพที่กระจ่าง สวยงามมาก เหมือนยังกะมาจาก LEICA ซะเองเลย และอีกโหมดที่น่าสนใจคือ โหมด Wide Aperture ซึ่งเป็นโหมดหน้าชัดหลังเบลอนั่นเองซึ่งในโหมดนี้เป็นการจำลองรูรับแสง ซึ่งสามารถปรับต่ำสุดได้ที่ F 0.95 และสูงสุดที่ F 16 ซึ่งอาจทำได้ไม่ดียังกับกล้องถ่ายรูปใหญ่อย่าง DSLR เนื่องจากมีขนาด Sensor ที่เล็กกว่านั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาจนน่าเกลียด
 
 และโหมดสุดท้ายที่ไม่แนะนำไม่ได้ นั่นคือ โหมดถ่ายกลางคืน หรือว่า Night mode นั่นเอง ซึ่งหากว่าท่านมีขาตั้งอีกตัว ภาพที่ท่านจะได้นี่เทียมเท่ากล้องถ่ายรูปใหญ่ๆได้เลยนะ เพราะหากไม่มีขาตั้งกล้อง อาจเป็นเหตุให้ภาพสั่นไหวได้ และโหมดนี้คุณสามารถเลือก ISO ได้สูงสุดที่ 1600 และ Shutter Speed เลือกเปิดได้นานถึง 32 วินาทีเลยเทียว แต่หากไม่อยากเปลี่ยนอะไร ก็สามารถให้ระบบเลือกให้ออโต้ได้เลย
 
 นี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นของ Huawei P9 ซึ่งยังมีจุดเด่น สเปคการใช้งานต่างๆ ที่น่าสนใจอีกเป็นเบือ แต่อย่างที่บอกไปในข้างต้น ว่า Huawei พวก P Series นั้น มีจุดเด่นที่กล้องอยู่แล้ว ซึ่งหากใครที่นิยมชมชอบการถ่ายภาพ และอยากได้รูปที่ค่อนข้างมีคุณภาพเทียบเท่ากล้องถ่ายภาพใหญ่ๆ แถมสามารถพกพาได้อย่างฉลุยมากกว่าพกกล้องจริงๆ เสียอีก ก็ขอแนะนำเครื่องนี้เลย ซึ่งณ เวลานี้ Huawei P9 ราคาได้ลดลง ซึ่งเริ่มต้นเพียง 7,300 บาทเท่านั้น ซึ่งแต่ละเว็บไซต์ หรือห้างร้าน ราคาอาจจะแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ลองสำรวจราคากันอีกครั้งนะครับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : Huawei p9

Tags : Huawei p9,Huawei p9 ราคา,รีวิว Huawei P9
Logged
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!