ชุมชนช่างภาพอิสระ dpixmania.com
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 




เช่าไฟสตูดิโอ เช่าไฟต่อเนื่อง ช่างภาพผู้หญิง รับถ่ายภาพsexy ภาพส่วนตัว


Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
Author Topic: อัญชัน มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างไร  (Read 7 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
kkthai20009
สมาชิกระดับซุปเปอร์ไซย่า
*
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 5,245


View Profile Email
« on: 07 ธันวาคม 2018, 04:48:29 »



อัญชัน
ชื่อสมุนไพร  อัญชัน
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น อัญชันบ้าน , อัญชันเขียง (ภาคกลาง) , เอื้องจัน , เอื้องชัน , อังจัน (ภาคเหนือ) ,แดงจัน (เชียงใหม่)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Clitorea ternatea Linn.
ชื่อสามัญ  Butterfly Pea , Blue Pea , Shell creeper.
วงศ์  Fabaceae (Leguminosae-Papilionoideae)

ถิ่นกำเนิด
อัญชัน ในเขตร้อนแถบทวีปเอเชียและก็อเมริกาใต้ (แต่บางตำราพูดว่าอยู่ที่อินเดีย) แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปในเขตร้อนต่างๆทั้งโลกรวมไปถึงในประเทศออสเตรเลีย อเมริกา และก็ภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ยกตัวอย่างเช่น ไทย ลาว เวียดนาม เขมร เมียนมาร์ฯลฯ สำหรับในประเทศไทย อัญชันน่าจะมีการแพร่จำพวกมานานแล้ว เนื่องจากเจอในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ ของหมอปรัดเล พ.ศ.2416 เอ๋ยถึงอัญชันว่า"อัญชัน : เปนชื่อเครือเถาวัลอย่างหนึ่ง มันมีดอกเขียวบ้าง ขาวบ้าง ไม่มีกลิ่น" แล้วก็สามารถพบได้ทั่วไปในป่าโล่งแจ้ง หรือในที่กึ่งร่ม ทั้งป่าเบญจพรรณในพื้นด้านล่างจนกระทั่งไปถึงป่าดิบเขาสูง
โดยอัญชันที่เจอในประเทศไทย มีอีกทั้งชนิดบ้านที่ผ่านการคัดสรรให้ดอกใหญ่ ดก สีเข้ม เป็นต้น กับชนิดที่ขึ้นเองดังที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นประเภทดอกชั้นเดี่ยว ดอกเล็ก และก็สีไม่เข้ม ซึ่งคนไทยส่วนมาก นิยมปลูกอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้ม กลีบดอกไม้ซ้อน ดอกขนาดใหญ่รวมทั้ง ดก เพราะว่านอกเหนือจากงดงามแล้ว ยังใช้ประโยชน์คุณประโยชน์ได้หลายสิ่งหลายอย่าง อีกด้วย
ลักษณะทั่วไป อัญชันจัดอยู่ในวงศ์ Fabaceae ซึ่งเป็นวงศ์ของถั่วในกรุ๊ปถั่วฝักเมล็ดกลม (pea) อาทิเช่น ถั่วลันเตา (green pea) ถั่วแระต้น (congo pea) ถั่วพู(manila pea)
โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพัน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วหรือซุ้ม เถากลมเล็กเรียว สีเขียวอ่อน เถาอ่อน กิ่งอ่อน หูใบ ก้านใบ แกนใบประกอบ แผ่นใบข้างล่าง ก้านดอก ใบตกแต่ง และก็กลีบเลี้ยง มีขนนุ่ม แตกกิ่งก้านตามข้อใบ เถายาว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย 2-3 คู่ ใบบาง สีเขียว แต่ละใบมี ใบย่อย 5-9 ใบ ใบย่อยรูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปวงรีปนไข่กลับ กว้าง 1-3 ซม. ยาว 2-5 เซนติเมตร ศูนย์กลางใบประกอบยาว 3-7 ซม. รวมก้านที่ยาว 1-3 เซนติเมตร ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน หรือบางโอกาสผิวด้านบนสะอาด ขอบใบเรียบ โคนใบสอบ ปลายใบมน ปลายเป็นติ่งแหลมสั้นๆแผ่นใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างจะบาง เส้นกิ่งก้านสาขาใบ ข้างละ 4-5 เส้น หูใบรูปใบหอก ขนาดเล็ก ปลายแหลมยาว ยาว 2-5 มม. ดอกคนเดียว ออกที่ซอกใบ มี 1-2 ดอก กลีบดอกไม้ รูปดอกถั่ว มี 5 กลีบ แบ่งเป็น 2 ปาก ปากล่างขนาดใหญ่ ขอบมน กลีบดอกไม้ร่นบาง ตรงกลางดอกมีแถบสีเหลืองขาว กลีบเลี้ยงสีเขียวมี 5 กลีบ โคนชิดกัน ยาว 1.5-2 ซม. แผ่นกลีบบาง ปลายแยกเป็น 5 แฉก แฉกลึกประมาณกึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่า ปลายแฉกแหลมยาว ดอกมีสีสีน้ำเงิน ม่วง หรือขาว กึ่งกลางกลีบสีเหลืองหม่นขอบสีขาว รูปดอกถั่ว แต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน มีกลีบใหญ่ที่สุด 1 กลีบ ซึ่งจะมีจุดทาสีเหลืองกลางกลีบจำพวกนี้เรียกว่าจำพวกดอกลา บางเวลากลีบดอก 5 กลีบมีกลีบใหญ่มากกว่า 1 กลีบ ทำให้ดูราวกับว่ามีกลีบดอกหลายชั้น เรียกว่าประเภทดอกซ้อน กลีบกลางรูปรีกว้างแทบกลม ยาวราว 3.5 เซนติเมตรก้านกลีบสั้นๆในดอกสีน้ำเงินหรือชมพูมีปื้นสีขาวตอนกึ่งกลางกลีบด้านโคน กลีบปีกและก็กลีบคู่ข้างล่าง ขนาดเล็กกว่ากลีบกลางประมาณ กึ่งหนึ่ง มีก้านกลีบเรียวยาวเท่าแผ่นกลีบกลีบข้างรูปไข่กลับปนรูปขอบขนาน กลีบคู่ล่างรูปรี เกสรเพศผู้ติดสองกลุ่ม 9 อัน ติดกันประมาณ 2 ใน 3 ส่วน เกลี้ยง ยาวเท่ากลีบปีกและก็กลีบคู่ข้างล่างรังไข่ทรงกระบอก ยาวราวๆ 5 มิลลิเมตร มีขนยาวก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว มีขนยาวหนาแน่นช่วงปลายด้านใน ก้านช่อยาวโดยประมาณ 5 มิลลิเมตร ใบประดับขนาดเล็กออกเป็นคู่ ยาว 2-3 มิลลิเมตร ใบเสริมแต่งย่อยมีขนาดใหญ่กว่าใบประดับประดา มี 1 คู่ รูปไข่กว้างเกือบจะกลม ขนาดราว5 มม. มีเส้นใบแจ่มแจ้ง ก้านดอกสั้นๆยาว 2-3 มิลลิเมตร ผลเป็นฝัก รูปกระบี่ แบนยาว ขนาดกว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 5-12 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ปลายเป็นจะงอยสั้นๆฝักอ่อนมีสีเขียว เพียงพอแก่มีสีน้ำตาลอ่อน แตกเป็น 2 ฝา เม็ดรูปไตสีดำ ยาวได้ราว 5 มม. จำนวน 6-10 เมล็ด
ปกตินั้น ดอกอัญชันมี 3 สี เป็น สี ขาว สีน้ำเงิน แล้วก็สีม่วง จำพวกดอก สีม่วงนั้นบางแบบเรียนว่ามีเหตุมาจากการผสมพันธุ์ระหว่างจำพวกดอกสีขาวกับจำพวกดอกสีน้ำเงิน ซึ่งผู้เขียนยังไม่มั่นใจว่าถูก เพราะว่าเคยเห็นอัญชันดอกขาวบางต้น มีกลีบสีขาวลายน้ำเงิน หมายความว่าเป็นพันธุ์ผสมระหว่างดอกขาวกับดอกน้ำเงิน แต่ว่าข่มกันไม่ลงจึงแสดงออกมาทั้ง 2 สี ไม่แปลงเป็นสีม่วงอย่างที่บอกในบางตำรา
การขยายพันธุ์ อัญชันเป็นไม้เถาที่ปลูกได้ไม่ยาก มีความแข็งแรง ทนทาน จึงมีการปลูกทั่วๆไป โดยนิยมนำมาปลูกเป็นพืชข้างหลังบ้าน ริมรั้ว หรือ ซุ้มไม้ ส่วนการขยายพันธุ์สามารถทำได้ด้วยการใช้เมล็ด ซึ่งมีวิธีการปลูกเป็น หากปลูกเพื่อการขายให้ปรับดินโดยการไถกระพรวนแล้วให้ปุ๋ยคอมในอัตรา 1 ต้น ต่อไร่ แล้วหว่านเมล็ดอัญชันลงไปในอัตรา 0.5-1 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วก็ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ แต่โดยส่วนมากชอบนิยมนำมาปลูกในช่วงฤดูฝนด้วยเหตุว่าไม่ต้องให้น้ำ ส่วนการปลูกเป็นไม้ประดับให้ชูร่องขนาดกว้าง 1.20 เมตร ส่วนขนาดความยาวดังที่ต้องการ ต่อจากนั้นย่อยดินและผสมปุ๋ยมูลสัตว์ลงไปแล้วขุดหลุมหยอดเม็ด หรือนำต้นกล้าที่เพาะได้ลงปลูก โดยใช้ระยะปลูก (กว้างxยาว) 1x1 เมตร แล้วปักหลักและก็ทำค้างให้เถาเลื้อยเกาะ รดน้ำให้เปียกแฉะทุกวันในตอนอาทิตย์แรก โดยธรรมดาแล้วอัญชันถูกใจขึ้นที่โล่งแจ้งที่ได้ รับแดดเต็มที่ถูกใจดินร่วนปนทรายที่ค่อนข้างจะร่วนซุยแต่ว่ามีการระบายน้ำได้ดี ธรรมดาอัญชันจะเลื้อย ได้ยาวประมาณ ๗ เมตร เมื่อถึง หน้าแล้งจะแห้งตายไป แม้กระนั้นถ้ามีน้ำ เพียงพอและดูแลอย่างเหมาะควร ก็สามารถปลูกแล้วก็ได้ดอกอัญชันตลอดปี
เมล็ด มีสาร adenosine, arachidic acid, campesterol, 4-hydroxycinnamic acid, p-hydroxy cinnamic acid, Clitoria ternatea polypeptide, ethyl-D-D-galactopyranoside, hex acosan-1-ol, palmitic acid, stearic acid, oleic acid, linoleic acid, linolenic acid, delphinidin 3,3´,5´-triglucoside, ß-sitosterol, J-sitosterol, avonol-3-glycoside, 3,5,7,4´-tetrahydroxy avone, 3-rhamnoglucoside แล้วก็ anthoxanthin glucoside
ดอก มีสารในกรุ๊ป ternatins เป็นต้นว่า ternatin A1, A2, A3, B1, B2, B3, B4, D1 แล้วก็ D2 สารที่ให้สีน้ำเงินในดอกคือ สาร delphinidin-3,5-diglucoside, delphinidin 3-O-ß-D-glucoside, 3´-methoxy-delphinidine-3-O-ß-D-glucoside
ใบ มีสาร aparajitin, astragalin, clitorin, ß-sitosterol, kaempferol-3-monoglucoside, kaempferol-3-rutinoside, kaempferol-3-O-rhamnosyl-galactoside, kaempferol3-O-rhamnosyl-O-chalmnosyl-O-rhamnosyl-glucoside, kaempferol3-neohesperiodoside, รวมทั้ง kaempferol-3-O-rhamnosyl-glucoside
 
คุณประโยชน์ / สรรพคุณ
 
อัญชันมีการประยุกต์ใช้ทำประโยชน์หลายสิ่งหลายอย่าง อาทิเช่น สีจากดอกอัญชัน นิยมใช้ดอกสีน้ำเงินซึ่งมีสาร Anthocyanin ใช้ ทำสีของหวาน อย่างเช่น ขนมดอกอัญชัน ขนมช่อม่วง ทำน้ำดื่มสมุนไพร ได้ น้ำสีม่วงงามด้วยเหตุว่าสีของดอกอัญชันละลายน้ำได้รวมถึงสีเปลี่ยนแปลง ไปตามความเป็นกรดด่างเหมือน กระดาษลิตมัสที่ใช้สำรวจความเป็นกรดด่างของสารละลาย ส่วนดอกอัญชันสามารถใช้รับประทานเป็นผักได้ทั้งยัง จิ้มน้ำพริกสดๆหรือชุบแป้งทอด
ในขณะนี้อัญชัน ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงเป็นสินค้าสมัยใหม่ ตัวอย่างเช่น แชมพูสระผม แล้วก็ยานวดผมจากดอกอัญชัน (สีน้ำเงิน) กำลัง ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและก็มีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณสมบัติของดอกอัญชันสำหรับเพื่อการรักษาเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมร่วงและก็ช่วยปลูก ผมให้ดกดกขึ้น รวมทั้งใช้นำมาเป็นส่วนประกอบในเครื่องแต่งตัวหรือใช้ทำเป็นสีผสมอาหารฯลฯ
ยิ่งกว่านั้นหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมใช้ดอกหุงอาหารเพื่อข้าวมีสีม่วงหรือน้ำเงินอ่อน ทำให้น่ารับประทานเพิ่มขึ้น และในประเทศประเทศฟิลิปปินส์ใช้ฝักอ่อนรับประทานเป็นผัก ประเทศมาเลเซียมักปลูกเป็นพืชคลุมแปลงสวนยาง บางประเทศในแถบแอฟริกาปลูกเป็นพืชหุ้มแปลงบำรุงดิน หรือปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วบ้าน และใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ ส่วนสรรพคุณทางยานั้น ตามตำรายาไทย ใช้ เมล็ด รสมัน เป็นยาระบาย แม้กระนั้นมักทำให้อ้วกคลื่นไส้ ราก รสขมเย็น
(นิยมใช้ รากดอกขาว) ขับเยี่ยว แก้เยี่ยวพิการ เป็นยาระบาย ฝนหยอดตาแก้ตาเจ็บ ตาฟาง ทำให้ตาสว่าง บำรุงดวงตา ใช้รากถูฟัน ทำให้ฟันทน แก้ปวดฟัน ราก รสเบื่อเมา ปรุงเป็นยากินและก็พอก ทำลายพิษสุนัขบ้า ดอก โบราณใช้อัญชันในการปลูกผมและก็ขนคิ้วเด็กอ่อน หยุดการร่วงของหนังหัวอ่อนแอย้อมผมหงอกให้เป็นสีดำ ใช้ตำเป็นยาพอกหรือคั้นเอาน้ำทาแก้บวมช้ำบวม แก้พิษแมลงกัดต่อย ใบและก็รากฝนเอาน้ำหยอดตา แก้ตาแฉะ ตาพร่า ส่วนแบบเรียนยาพื้นบ้าน ใช้ ราก ฝนกับรากสะอึกและน้ำแช่ข้าว รับประทานหรือทา แก้งูสวัด
สำหรับในการใช้ประโยชน์ในต่างถิ่น ตามตำราอายุรเวทศาสตร์ของประเทศอินเดีย มีการนำส่วนรากและก็เมล็ดของอัญชันใช้เป็นยาบำรุงร่างกายรวมทั้งบำรุงสมอง รวมทั้งใช้เป็นยาระบายแล้วก็ขับฉี่และในแถบอเมริกา มีรายงานการใช้น้ำต้มจากส่วนรากเพียงอย่างเดียวหรือน้ำต้มจากรากและดอกร่วมกันเป็นยาบำรุงเลือด ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาระบายขับปัสสาวะ รวมทั้งขับพยาธิ ส่วนในการหมอแผนปัจจุบันบอกว่าดอกอัญชันมีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีม่วงอยู่มาก มีคุณลักษณะเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น หลอดเลือดส่วนปลาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือทำให้กลไกสถานที่สำหรับทำงานเกี่ยวกับแลเห็นแข็งแรงขึ้น เนื่องจากว่ามีหลอดเลือดเยอะขึ้นและที่สำคัญยังช่วยลดความเสื่อมของการเกิดสภาวะเส้นโลหิตตัน ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ช่วยสำหรับการชะลอวัยและก็ริ้วรอยที่วัย ช่วยสำหรับในการบำรุงสมอง ช่วยล้างสารพิษและก็ของเสียออกมาจากร่างกาย ช่วยต้านทานเบาหวานเป็นต้น
รูปแบบ / ขนาดวิธีใช้ ใช้บำรุงดวงตา แก้ตาเจ็บขับปัสสาวะ แก้เหน็บชา ดอกอัญชันอบแห้ง 20 กรัม เพิ่มเติมน้ำสะอาด 500 ซีซี ต้มจนกระทั่งเดือนหลังจากนั้นต้มต่ออีก 2 นาที ชูลง ปลดปล่อยให้เย็น กรองใส่ขวดใช้รับประทาน แก้ปวดฟัน , ช่วยให้ฟันทน ใช้รากสดถูตามฟันซีที่อยาก , แก้ตาเจ็บ , บำรุงดวงตา ใช้รากฝนกับน้ำแล้วหยอดตาหรือใช้รากต้มกับน้ำใช้ดื่ม เป็นยาระบาย ขับเยี่ยวแก้ฉี่ทุพพลภาพ ดอกสดใช้ตำเป็นยาพอกหรือคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่ฟกช้ำดำเขียวและใช้แก้พิษแมลงกัดต่อย
 
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา
 
ฤทธิ์ความเครียดลดลงแล้วก็ตื่นตระหนก ศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ผ่อนคลายความเครียดรวมทั้งกังวลของพืชที่มีสรรพคุณบำรุงสมองตามตำราอายุรเวชศาสตร์ของประเทศอินเดีย พบว่าสารสกัดเมทานอล รากอัญชัน ขนาด มก./กก. น้ำหนักตัว มีผลคลายความหนักใจของหนูเม้าส์ เมื่อทดสอบด้วยวิธี elevated plus-maze (EPM) ซึ่งเป็นกรรมวิธีการทดลองที่ทำให้หนูเกิดความหวาดกลัว แล้วก็การป้อนสารสกัดเมทานอลรากอัญชัน ขนาด 50, 100 และก็ 200 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว ให้แก่หนูเม้าส์ก่อนนำไปทดลองเหนี่ยวนำให้เกิดความเคร่งเครียดด้วยวิธี forced swimming test (FST) พบว่าสารสกัดเมลานอลรากอัญชันทุกขนาด มีฤทธิ์ต้านทานความเคร่งเครียด โดยการทำให้ค่า immobility time period ลดน้อยลง เมื่อเทียบกับหนูที่ถูกป้อนด้วยน้ำดื่มเพียงอย่างเดียว แล้วก็ในการศึกษาเรียนรู้ฤทธิ์ระงับความเครียดของอัญชัน ในหนูแรทด้วยแนวทาง tail suspention test (TST) และก็ FST โดยการทำการป้อนสารสกัดเอทานอลรากอัญชัน ขนาด 150 รวมทั้ง 300 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว พบว่าสารสกัดเอทานอลนากอัญชันทั้งสองขนาดมีฤทธิ์ความเครียดลดลงของหนูแรทจากการทดสอบทั้งสองชนิด โดยมีค่า immobility time period ต่ำลงเมื่อเทียบกับกรุ๊ปควบคุม
การป้อนสารสกัดเมทานอลจากส่วนเหนือดินของอัญชันขนาด 30,100,200 รวมทั้ง 400 มก./กก. น้ำหนักตัว ให้แก่หนูเม้าส์ 60 นาทีก่อนนำไปทดลองด้วยวิธีต่างๆอย่างเช่น EPM, TST รวมทั้ง light/dark exploration พบว่าสารสกัดเมทานอลอัญชันขนาด 100 – 400 มิลลิกรัม/กก.น้ำหนักตัว มีฤทธิ์เครียดลดลงรวมทั้งวิตกกังวลเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้การฉีดสารสกัดเอทานอลจากดอกอัญชัน ขนาด 100 รวมทั้ง 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เข้าทางท้องหนูแรทมีฤทธิ์กังวลลดลง เมื่อกระทำทดลองด้วยรูปแบบต่างๆดังเช่นว่า EPM, TST แล้วก็ Rota Rod test โดยขนาด 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ได้ผลดีมากกว่าขนาด 100 มก./กิโลกรัมน้ำหนักตัว

ฤทธิ์กระตุ้นการเรียนรู้รวมทั้งความจำเรียนรู้ฤทธิ์กระตุ้นการเรียนรู้และก็ฟื้นความทรงจำของสารสกัดเอทานอลใบอัญชัน จากภาวการณ์จำอะไรไม่ค่อยได้ที่เกิดขึ้นจากการป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยการทำการทดลองในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้เป็นโรคเบาหวานด้วยการฉีด streptozotocin หลังจากนั้นป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันให้กับหนูขาววันละ 200-400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว นาน 75 วัน วัดความสามารถสำหรับการจำตำแหน่งของวัตถุหรือสิ่งที่อยู่รอบตัวด้วยวิธีการต่างๆได้แก้ Y-maze test , mirrow water maze test รวมทั้ง radial arm maze test ในวันที่ 71 และ 75 ของการทดลอง ผลจากการศึกษาเล่าเรียนพบว่า หนูที่ถูกป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันทั้งสองขนาด มีความรู้ความเข้าใจในการทำความเข้าใจและความจำดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกรุ๊ปควบคุม นอกเหนือจากนั้นจากการตรวจวัดค่าวิชาชีวเคมีในเลือดหนูพบว่า การป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันทั้งคู่ขนาด มีความรู้และความเข้าใจสำหรับการทำความเข้าใจรวมทั้งความจำดีขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกรุ๊ปควบคุม นอกเหนือจากนี้จกาการตรวจวัดค่าวิชาชีวเคมีในเลือดหนูพบว่า การป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชัน ส่งผลยั้งลักษณะการทำงานของเอนไซม์ acetycholinesterase ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ปฏิบัติภารกิจสลายacetylcholine ที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท เกี่ยวโยงกับกระบวนการเรียนรู้รวมทั้งความจำ นอกเหนือจากนั้นยังเพิ่มระดับของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวเนื่องกับวิธีการต่อต้านอนุมูลอิสระ อาทิเช่น superoxide dismutase (SOD) ,catalase (CAT) แล้วก็ glutauhione (GSH) อีกด้วยทำให้เห็นว่าสารสกัดเอทานอลใบอัญชันมีฤทธิ์บำรุงสมองกระตุ้นการศึกษาและก็ช่วยฟื้นความทรงจำ จากภาวะที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานในตัวทดลองได้ และจากการเรียนรู้ฤทธิ์คลายเครียดและกังวลของพืชที่มีคุณประโยชน์บำรุงสมองตามตำราอายุรเวทศาสตร์ของประเทศอินเดียพบว่า สารสกัดเมทานอล 80% จากรากอัญชัน ขนาด100 รวมทั้ง 200 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว เมื่อป้อนให้แก่หนูเม้าส์ มีผลกระตุ้นการเรียนรู้และก็ความจำของหนู เมื่อทดลองด้วยแนวทาง step-down passive avoidance model ซึ่งเป็นกระบวนการทดลองการกระทำหลีกเลี่ยงการเสริมแรงทางลบ (negative reinforcement)
การเรียนรู้ฤทธิ์กระตุ้นการเรียนรู้และความจำของอัญชันในหนูแรทแรกเกิด (อายุ 7 วัน) โดยการทำการป้อนสารสกัดน้ำรากอัญชัน ขนาดวันละ 50และก็ 100 มิลลิกรัม/กก. นาน 30 วัน แล้วนำไปทดลองกระบวนการเรียนรู้และจดจำด้วยวิธี passive avoidance test และก็ T-maze test พบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดน้ำอัญชันได้ผลการทดลองดียิ่งกว่าหนูกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีผลต่ออัตราการเคลื่อนไหวหรือก่อให้เกิดอาการเซื่องซึม นอกเหนือจากนั้นยังพบว่าสารสกัดน้ำรากอัญชัน ขนาด 100 มก./กก. น้ำหนักตัว มีผลเพิ่ม acetylcholine ในสมองรอบๆ hippocampus ของหนูแรททั้งในวัยทารกรวมทั้งหนูที่อยู่ในวัยบริบูรณ์ชนิดอีกด้วย
ฤทธิ์ต้านการอักเสบแล้วก็แก้ปวด ศึกษาฤทธิ์แก้ปวดของอัญชันในหนูเม้าท์ที่ถูกรั้งนำให้เกิดลักษณะของการเจ็บปวดด้วยการฉีดกรดอะซีตำหนิก (acetic acid) เข้าทางท้อง หลังจากได้รับสารทดสอบ แบ่งหนูเม้าส์ออกเป็น 4 กลุ่ม กรุ๊ปที่ 1 เป็นกรุ๊ปควบคุม กลุ่มที่ 2 ป้อนยาพารา diclofenac sodium ขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว กลุ่มที่ 3 รวมทั้ง 4 ป้อนสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันขนาด 200 รวมทั้ง 400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัวตามลำดับ ต่อจากนั้นพิจารณาการกระทำการบิดขดตัวของหนู ซึ่งเป็นอาการแสดงออกถึงความเจ็บ ผลจากการทดลองพบว่า หนูเม้าส์ที่ได้รับสารสกัดเมทานอลใบอัญชันทั้งสองกรุ๊ปควบคุมอย่างเป็นจริงเป็นจัง และก็พบว่าสารสกัเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันได้ผลดีกว่ากรุ๊ปที่ให้ยาแก้ปวด diclofenac sodium เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การลดน้อยลงของอาการบิดขดตัว (%inhibition of writhing) เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม กรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชัน ขนาด 200 และก็ 400 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัวมีค่าเท่ากับ 82.67 และก็ 87.87 % เป็นลำดับ ในช่วงเวลาที่กลุ่มที่ได้รับยาแก้ปวด diclofenac sodium มีค่าเท่ากับ 77.72% ชี้ให้เห็นว่าสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันมีฤทธิ์แก้ปวด รวมทั้งในการศึกษาฤทธิ์แก้อักเสบของอัญชันในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้มีการบวมและก็อักเสบด้วยการฉีดสาร carrageenan เข้าที่เข้าทางบริเวณฝ่าเท้า โดยการทำการป้อนสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชัน ขนาด 200 แล้วก็ 400 มก./กก. น้ำหนักตัว เปรียบเทียบกับการให้ยาแก้ปวด diclofenac sodium พิจารณาและวัดลักษณะของการปวดของอุ้งเท้าหนูด้วยเครื่อง plethismometer ผลจากการทดลองพบว่า หนูที่ได้รับสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ ดอกอัญชันทั้งคู่ขนาดมีอาการบวมของฝ่าเท้าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างเป็นจริงเป็นจัง แล้วก็เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การลดน้อยลงของอาการบวมของฝ่าตีน (%inhibition of paw) เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ได้รับสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันขนาด 200 และก็ 400 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว มีค่าพอๆกับ 14 แล้วก็ 21% ตามลำดับ และกรุ๊ปที่ได้รับยาแก้ปวด diclofenac sodium พอๆกับ 38% ชี้ให้เห็นว่าสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบแม้กระนั้นยังมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายา diclofenac sodium นอกเหนือจากนั้นเมื่อศึกษาค้นคว้าฤทธิ์แก้ปวดของสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันทั้งคู่ขนาดในหนูเม้าส์ เปรียบเทียบกับยาแก้ปวด pentazocine ซึ่งฉีดเข้าทางท้องหนู โดยทดลองด้วยแนวทาง Eddy's hot plate method พบว่าสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันขนาด 400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว มีฤทธิ์ต่อต้านอาการเจ็บปวด แต่ยังมีคุณภาพน้อยกว่ายา pentazocine
ฤทธิ์ช่วยสำหรับเพื่อการนอน เรียนฤทธิ์ด้านเภสัชวิทยาระบบประสาท (neurophamacological study) ของอัญชันในหนูเม้าส์ โดยการฉีดสารสกัดเอทานอลรากอัญชันเข้าท้องขนาด 50,100 และก็150 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว ก่อนนำไปทดลองด้วยวิธี head dip test แล้วก็ Y-maze test พบว่าสารสกัดเอทานอลรากอัญชันขนาด 100 และก็ 150 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว มีผลลดอาการผงกหัว (head dip) รวมทั้งระยะเวลาการวิ่งในกล่องรูปตัว Y ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสารสกัดเอทานอลรากอัญชัน มีฤทธิ์ลดการกระทำการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติและก็ความสนใจต่อสภาพแวดล้อมของหนูเม้าส์ ยิ่งไปกว่านี้ยังพบว่า สารสกัดเอทานอลรากอัญชันเข้าทางท้องของหนู 30 นาที ก่อนฉีดยานอนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยทำให้ระยะเวลาการนอนของหนูนานขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับการฉีดยาphenobarbitone เพียงอย่างเดียว

ฤทธิ์ต้านทานการยึดกรุ๊ปของเกล็ดเลือด การวิเคราะห์แยกสารanthocyanin กรุ๊ป ternatins ที่สกัดได้จากดอกอัญชัน และศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นในหลอดทดสอบ (in vitro) พบว่า สาร ternatin D1 จากดอกอัญชันมีคุณลักษณะยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดกระต่ายที่เหนี่ยวนำโดย collagen และก็ adenosine diphosphate (ADP)
ฤทธิ์ลดไข้ ศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ลดไข้ของอัญชันในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุณหภูมิร่างกายสูงมากขึ้นด้วยการฉีดเชื้อยีสต์เข้าตอนใต้ผิวหนัง ขนาด 10 มิลลิลิตร/กก. น้ำหนักตัว แล้วหลังจากนั้น 19 เซนติเมตรแบ่งหนูออกเป็น 5 กรุ๊ป (กรุ๊ปละ 6 ตัว) กลุ่มที่ 1 ให้เป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 ป้อนยาพาราเซตามอลขนาด 150 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว กรุ๊ปที่3-5 ป้อนสารสกัดเมทานอลรากอัญชัน ขนาด 200 , 300 รวมทั้ง 400 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ตามลำดับ ทำการวัดอุณหภูมิร่างการทางทวารหนักของหนูที่ชั่วโมง 0,19,20,21,22 แล้วก็ 23 ของการทดสอบพบว่า สารสกัดเมทานอลรากอัญชันทุกขนาดส่งผลลดอุณหภูมิร่างกายของหนูลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกรุ๊ปควบคุม และได้ผลไม่มีความแตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับยาพาราเซตามอล
 
ฤทธิ์ต้านโรคเบาหวาน การศึกษา
 
ฤทธิ์ต้านเบาหวานของอัญชัน ในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยการฉีดสาร alloxan พบว่าการป้อนสารสกัดน้ำจากใบและดอกอัญชัน ขนาดวันละ 100-400 มิลลิกรัม/กก. นาน 14-84 วัน ส่งผลลดระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดคอเลสเตอรคอยล ไตรกลีเซอไรด์ รวมถึงระดับเอนไซม์ glucose-6-phosphatase ไปเป็นน้ำตาลและเพิ่มระดับอินซูลิน HDL-cholesterol และโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี glucokinase ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวโยงกับการควบคุมระดับเดกซ์โทรสไปเก็บสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของ glucogen ในตับแล้วก็กล้าม นอกจากนั้นยังลดความเสื่อมโทรมของกลุ่มเซลล์ Islet of Langerhans ชนิด B-cells ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน จากการฉีดสาร alloxan ได้
ส่วนสำหรับเพื่อการทดสอบฤทธิ์ของอัญชันในสินค้าเครื่องสำอางสำหรับบำรุงผิวพบว่าสารสกัดน้ำรวมทั้งสารสกัดเอทานอลจากดอกอัญชัน มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrylhdrazy (DPPH) โดยสารสกัดน้ำจะมีฤทธิ์มากกว่าสารสกัดเอทานอล ซึ่งมีค่าความเข้มข้นที่ยั้งอนุมูลอิสระได้ 50% (IC50) พอๆกับ 1 แล้วก็4 มิลลิกรัม/มล. เป็นลำดับ และก็เมื่อนำสารสกัดน้ำดอกอัญชันไปเป็นองค์ประกอบในเจลสำหรับทารอบดวงตาพบว่าฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระของอัญชันยังคงอยู่ แต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าครีมมาตรฐาน ทำให้อาจสรุปได้ว่าการใช้ดอกอัญชันเป็นส่วนประกอบในเครื่องแต่งหน้าสำหรับบำรุงผิวบางทีอาจจะได้ประโยชน์จากฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาทางพิษวิทยา
การศึกษาเล่าเรียนความเป็นพิษแบบฉับพลัน ของสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์จากดอกอัญชันในหนูแรทเพศเมียพบว่า การป้อนสารสกัดขนาด 2000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
Logged
Pages: [1]
  Send this topic  |  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Metallic Abyss Theme by SMFers
Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!